เรื่อง : ชาลา ภาพประกอบ : มณีรัตน์ บัณฑุกัมพล
ยากับอันตรายจากแสงแดด
เดี๋ยวนี้ยาที่ใช้อยู่มักมีผลกับความไวต่อการรับแสง ทำให้มีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งผิวหนังกันมากขึ้นถ้ากินต่อเนื่องยาวนาน
นักวิทยาศาสตร์เขียนเตือนไว้ใน Journal of Investigative Dermatology เพราะนักวิจัยทำการศึกษาเปรียบเทียบผู้ป่วยเป็นมะเร็ง 863 คน กับคนที่ไม่ได้ป็น 532 คน พบว่าผู้ที่เป็นมะเร็งดูเหมือนจะกินยาที่ทำให้ผิวหนังรับแสงไวขึ้น ซึ่งยาที่ว่าก็ได้แก่ ยาฆ่าเชื้อ ยาแก้อักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ รวมทั้งยายอดนิยมอย่าง ไอบรูโพเฟน และกินอย่างน้อยติดต่อกันหนึ่งเดือนในอดีต
ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยการแพทย์ดาร์ทเมาธ์ผู้ทำการศึกษากล่าวว่า "การกินยาแบบนี้จะทำให้มีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งผิวหนังเพิ่มขึ้น 50-80 เปอร์เซ็นต์" ยิ่งกินนานเท่าไหร่(หมายถึงเกินหนึ่งปีขึ้นไปก็ยิ่งมีความเสี่ยงมากเพิ่มขึ้นเท่านั้น) จึงมีคำแนะนำบรรดาผู้หญิงที่กินยาเหล่านี้เป็นประจำ จึงควรหาวิธีหลีกเลี่ยงการโดนแดดได้
ชาที่ทำให้ผอม

ชาเขียวนั้นนอกจากจะมีสรรพคุณต่างๆ มากมายแล้ว ผลการศึกษาใหม่พบว่า ชาเขียวยังช่วยทำให้น้ำหนักลดลงอีกด้วย
การศึกษาที่ว่าทำโดยการเปรียบเทียบแบ่งคนเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกให้ผู้ที่ดื่มชาเขียวต้านอนุมูลอิสระ
583 มิลลิกรัม ส่วนอีกกลุ่มดื่ม 96 มิลลิกรัม ทุกวันเป็นเวลาติดต่อกัน
12 สัปดาห์ พบว่ากลุ่มแรกมีรอบเอวลดลงหนึ่งนิ้ว และน้ำหนักลด 3.5 ปอนด์
เพราะชาเขียวช่วยให้ตับเผาผลาญไขมันได้ดีขึ้น
ว่าแล้วก็อย่าเพิ่งรีบหาชาเขียวมาดื่มกันมากมาย เพราะถึงจะช่วยเผาผลาญไขมันแต่ก็มีกาเฟอีนสูง ทางที่ดีควรกินแบบไม่มีกาเฟอีน หรือจะกินน้ำดื่มที่เมืองนอกกำลังนิยมกันมาก ชื่อ Dr. Brandt Anti-Oxidant Water Booster ก็ได้ เพราะให้ผลเท่ากับดื่มชาเขียว 14 แก้วเลยทีเดียว
ผมสวยเปล่งประกาย

นักวิทยาศาสตร์ชาวอินเดียทดลองนำสมุนไพรอินเดียที่ใช้ในการรักษาแบบอายุรเวทมาใช้กับหนูที่โกนขน
สมุนไพรที่ว่าเป็นครีมที่ผสมกันระหว่าง colocynth, dodder และเดซี่ ปรากฏว่าเจ้าหนูที่โกนขนมีขนงอกขึ้นมาเร็วกว่าหนูที่ไม่ทาครีม
29 เปอร์เซ็นต์ แถมขนที่ขึ้นมาดกสลวยเป็นเงางามอีกด้วย เร็วกว่ากินยาปลูกขนธรรมดาด้วยซ้ำ
นักวิทยาศาสตร์จะลองนำมาศึกษาในคนต่อไป
แต่ตอนนี้ถ้าอยากผมสลวยเปล่งประกายเงางามดุจแพรไหม นักวิทยาศาสตร์ชาวภารตะ วินัด เค ดิศิต ผู้ทำการทดลองแนะนำให้กินวิตามินรวม ซิงค์ และโปรตีนเยอะๆ ผมก็จะมีสุขภาพดีเช่นกัน
โรคกลัวออกงานสังคม

ในขณะที่บางคนชอบออกงานสังคมเป็นชีวิตจิตใจ บางคนก็กลัวเป็นชีวิตจิตใจเช่นกัน
ความรู้สึกมีทั้งเคอะเขิน ประหม่า วางตัวไม่ถูก และผลการศึกษาเรื่องนี้ของนักจิตวิทยาชาวออสเตรเลียคงช่วยให้คนที่ไม่ชอบออกงานรู้สึกดีขึ้น
การศึกษาทำโดยแบ่งคนเป็นสองกลุ่ม หลังจากคุยกันสั้นๆ แล้วก็ให้ครึ่งหนึ่งพุ่งความสนใจไปที่ตัวเอง
เช่น การหายใจ หัวใจ หรือเสียงของตัวเอง ส่วนอีกกลุ่มพุ่งความสนใจไปที่การพูดคุย
ปรากฎว่ากลุ่มที่พุ่งความสนใจไปที่ตัวเองรู้สึกอึดอัด ในขณะที่อีกกลุ่มไม่เป็น
นักจิตวิทยาสรุปว่าที่เป็นเช่นนี้เพราะการพุ่งความสนใจไปยังสิ่งอื่นนอกเหนือจากตัวเอง จะทำให้เรารู้สึกสั่นคลอนน้อยลง ดังนั้นถ้าเป็นคนไม่ชอบออกงานเมื่อต้องออกงานสังสรรค์ ก็ควรสนใจพูดคุยกับคนอื่น อย่าหลบมุม เพราะจะยิ่งอึดอัดหนักเข้าไปใหญ่
นมช็อกโกแลตสำหรับผู้เสียเหงื่อ

เวลาหมดแรงหรือเล่นกีฬามาหนักๆ ไม่เพียงแต่หิวน้ำ เรายังต้องการพลังงานด้วย
หลายคนจึงนิยมดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่ แต่ความจริงแล้วเครื่องดื่มที่เหมาะที่สุดก็คือนมช็อกโกแลตต่างหาก
นักโภชนาการด้านกีฬาแนะนำว่า สิ่งที่ร่างกายต้องการหลังเสียเหงื่อและเกลือแร่ คือโปรตีนเพื่อไปเสริมสร้างกล้ามเนื้อใหม่ แถมนมช็อกโกแลตยังอุดมด้วยแคลเซียมอีก และก็หวานเพราะมีน้ำตาล ซึ่งจะไปทดแทนคาร์โบไฮเดรตได้อีกด้วย แต่ถ้าจะให้ดีสุดก็ควรเลือกแบบไขมันต่ำหรือปลอดไขมัน เพราะมีแคลอรี่ต่ำ
เมื่ออาการหลงๆ ลืมๆ มาเยือน

ผ่านไปแล้วอีกปี ดูเหมือนต่อมความจำเสื่อมจะเริ่มทำงานอีกครั้ง ดังนั้นกันไว้ดีกว่าแก้
รีบกินน้ำมันปลากับผักผลไม้เยอะๆ กันเถอะ
วารสารวิชาการแพทย์ต่างแนะนำอาหารเมดิเตอร์เรเนียนว่า จะช่วยป้องกันอาการป้ำๆ เป๋อๆ ได้ เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันไม่ให้สมองถูกทำลาย
จากการศึกษาผู้สูงวัยอายุกว่า 65 ปี จำนวน 8,000 คน พบว่าส่วนใหญ่กินปลาที่มีโอเมก้า 3 ทั้งสิ้น คนที่กินปลาอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง จะช่วยลดลดปัจจัยเสี่ยงในการเป็นโรคความจำเสื่อมได้ 40 เปอร์เซ็นต์ ส่วนผู้ที่กินผักและผลไม้วันละครั้ง ลดความเสี่ยงไปได้ 35 เปอร์เซ็นต์
และอาหารอีกกลุ่มที่ช่วยเรื่องความจำได้ก็คืออาหารเสริมที่มีเบต้าแคโรทีน เพราะมีผลการทดลองที่ทำกับคน 4,000 คนเป็นเวลา 18 ปี พบว่าคนที่กินเบต้าแคโรทีนทำคะแนนในการทดสอบเรื่องสติปัญญาได้ดีกว่า โดยเฉพาะเกี่ยวกับคำพูด
ซึ่งแสดงให้เห็นว่าจะมีโอกาสเป็นโรคหลงลืมน้อยกว่าในตอนแก่
|