เรื่อง : ระริน
ภาพประกอบ : วายูร
เอาชนะหมอดู
ช่วงต้นปีแบบนี้เป็นช่วงที่วงการหมอดูคึกคักเป็นพิเศษ คนแห่ไปดูหมอกันใหญ่
ที่รู้ก็เพราะมีคนโทร.มาถามว่าหมอดูคนไหนแม่น และแน่นอนว่านิตยสารส่วนใหญ่ก็ต้องมีคอลัมน์ดวงชะตาประจำปี
2008 เพราะรู้ดีว่าคนชอบและสนใจ
ว่ากันว่าผู้หญิงกับหมอดูนั้นคู่กัน แต่ฉันกลับกลัวการดูหมอ ฉันเคยชอบดู แต่จู่ๆ เกิดกลัวขึ้นมาเพราะรู้ว่าถ้าหมอทักอะไรไม่ดี ฉันคงต้องแย่แน่ๆ (เพราะฉันเป็นโรควิตกจริตอยู่แล้ว) เช่น ทักว่าอีกสามเดือนจะมีเรื่องเศร้า ฉันก็คงเศร้าตั้งแต่วันที่ดูหมอ จนถึงสามเดือนหน้า และพอวันนั้นมาถึงก็เศร้าต่อและก็เศร้าหลังจากนั้นอีก สรุปแล้วอาจจะเศร้าไปครึ่งปี หรือทั้งปีไปเลย นั่นคือสาเหตุที่ฉันไม่ชอบดูหมอ ยกเว้นว่าเรื่องที่ทักนั้นมีโอกาสแก้ไขได้
แต่ฉันมีเพื่อนหลายคนที่ชอบดูหมอมากๆ ตระเวนดูไปทั่ว ดูมาหมดทั้งหมอดูลายเท้า หมอดูตอกไข่ หมอดูแก้วกาแฟฯลฯ คนที่ชอบก็ชอบจริงๆขอให้รู้เถอะว่ามีหมอดูอยู่ที่ไหน จะอยู่ไกลแค่ไหนก็ดั้นด้นไป มีพี่คนหนึ่งชอบมาก ดูเสร็จหมอให้ไปบริจาคโลงศพก็ทำ พอไปดูอีกหมอเขาบอกว่าบริจาคโลงไม่ได้ ต้องไปนั่งสวดมนต์ใต้ต้นตาล ก็ต้องขับรถไปแถวสุพรรณฯเพื่อหาต้นตาลสำหรับนั่งสวดมนต์ ฉันฟังแล้วขำกลิ้งเลย
แต่ถึงจะไม่ชอบดูหมอดูแค่ไหน คนเราก็ต้องมีครั้งหนึ่งในชีวิตบ้างแหละ และฉันเองก็เช่นกัน จำได้ว่าวันนั้น (สักประมาณเมื่อสิบปีที่แล้ว) เพื่อนเลิกกับแฟนแล้วก็ลากไปดูหมอด้วย ตอนแรกฉันก็แข็งขันดี แต่พอไปถึงก็ฝ่อ บอกเพื่อนว่าดูคนเดียวเถอะ พอหมอเห็นหน้าเพื่อนก็รู้เลยว่าอกหักมา พอเพื่อนดูเสร็จเรียบร้อย หมอเห็นฉันนั่งรอก็ถามว่า แฟนคุณลักษณะแบบนี้ใช่มั้ย ฉันก็พยักหน้า ยังไม่นึกสนใจจะดูดวง หมอทักต่อว่า แฟนอายุเท่านี้ใช่มั้ย ฉันก็พยักหน้า แต่พอหมอบอกว่ากำลังซ่อมหลังคาบ้านอยู่ใช่มั้ย ฉันรีบดูเลยทันที
หมอคนที่ว่าอยู่แถวชาญอิสสระ เป็นหมอที่เพื่อนบอกว่าแม่นมากเรื่องความรัก พอฉันเข้าไปนั่งดู หมอก็ทักเลยว่าฉันกับแฟนไม่ใช่เนื้อคู่ รับรองเลยว่าต้องเลิกกันภายในปีนี้แน่นอน ถ้าไม่เลิกหมอจ่ายให้เลยหนึ่งหมื่นบาท ฉันก็ถามหมอว่าไม่มีทางแก้หรือ เช่นไปจดทะเบียน หมอบอกว่าไม่มี ฉันกลับบ้านด้วยความจ๋อย เล่าให้แฟนฟัง เขาก็จ๋อยไปด้วย แล้วเราก็คุยกันว่าถ้าจะไม่มีโอกาสอยู่ร่วมกันต่อ เราก็น่าจะทำช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้ให้ดีที่สุด (คือใจฉันเชื่อเต็มร้อยว่าเลิกแน่ ไม่เคยคิดจะเอาชนะคำทำนาย) แต่คงด้วยตั้งใจที่จะทำดีต่อไป เราก็ count down จนผ่านปีนั้นมาได้พร้อมเสียงโห่ฮิ้วของเพื่อนบ้านที่รู้เรื่อง
ฉันเลิกดูหมอไปเลย เพิ่งมาดูอีกครั้งเมื่อต้นปีที่แล้ว จำได้ว่าวันนั้นแวะไปบ้านญาติแถวมหาชัย ซึ่งฉันเพิ่งรู้ว่าน้องชายเขาเป็นหมอดู และไม่คิดว่าจะดังเท่าไหร่ ที่ไหนได้พอไปถึงปรากฏว่าคิวดูหมอเพียบ สาวๆ จากกรุงเทพฯ เดินทางไปดูกันไม่หยุด มาทีเป็นรถตู้ จนเขาสามารถเลี้ยงตัวได้สบายๆ โชคดีที่หมอคนนี้มีจรรยาบรรณ คือจะดูให้แค่ปีละครั้งเท่านั้น ถ้าไม่ครบปีไปดูอีกก็ไม่ดูให้ ยกเว้นมีกรณีพิเศษไปปรึกษา และหมอดูคนนี้ก็จะแก้ไขดวงด้วยการให้ไปทำบุญ ซึ่งฉันว่าดี ทำบุญที่ว่าต้องไปทำเอง ง่ายๆ ไม่มีอะไรซับซ้อน เช่น ใส่บาตรสามวันติดกัน หนึ่งอาทิตย์ติดกัน หรือบางคนก็แค่วันเดียวแต่ต้องเจ็ดรูป ไม่ใช่หมอดูบางคนที่สะเดาะเคราะห์ทีเป็นหมื่น และต้องให้เขาทำให้ หรือแม้จะให้เราไปทำเองก็ตาม เพราะถ้าไม่ทำตามคำบอกก็จะรู้สึกไม่สบายใจ
ฉันเองไหนๆ อุตส่าห์ไปแถวนั้นทั้งทีเลยดูกับเขาบ้าง จำได้แม่นเลยว่าช่วงนั้นฉันกำลังมีปัญหาเรื่องงาน เขาดูให้เลยว่างานการจะดีขึ้น จะประสบความสำเร็จ ไม่ต้องเปลี่ยนงานหรอก ฉันยังจำได้ว่าถามย้ำไปว่าไม่ต้องเปลี่ยนงานแน่หรือ เขาบอกว่าไม่ต้อง เดี๋ยวทุกอย่างจะดีขึ้นเอง
หลังจากนั้นฉันก็รอดูเหตุการณ์ งานยังเข้าอีหรอบเดิม เซ็งสุดๆ และปัญหาเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่ถามย้ำมาแล้วว่าไม่ต้องเปลี่ยนงานแน่หรือ แต่ใจฉันเริ่มไม่เชื่อแล้ว และถ้าดวงฉันจะดีเหมือนหมอว่าจริงๆ ก็คงต้องเปลี่ยนงานสถานเดียว ฉันจึงตัดสินใจเปลี่ยนงานเมื่อมีคนมายื่นข้อเสนอ ใจหนึ่งก็กลัวเหมือนกัน เพราะไม่เห็นหมอบอกเลยว่าจะเปลี่ยนงาน เกิดเปลี่ยนแล้วไม่ดีล่ะแย่เลย สองจิตสองใจว่าจะโทร.ถามหมอก่อนดีมั้ย แต่ลองมาคิดดู เกิดหมอบอกว่าไม่ดี ก็คงไม่กล้าเปลี่ยน เพราะขืนเปลี่ยนไปใจก็คิดอยู่นั่นแหละว่าไม่ดี แล้วมันก็จะไม่ดีจริงๆ เหมือนอย่างที่หนังสือ The Secret บอกไว้ไงว่า อะไรที่ไม่ดีมันจะดึงดูดกัน แถมเจอคนวิตกจริตแบบฉัน งานนี้รับรองว่าเจ๊งกับเจ๊าเท่านั้น ไม่มีทางรุ่งแน่ ฉันเลยไม่โทร.และตัดสินใจเปลี่ยนงาน เพราะไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว
หลังจากห่างหายการดูหมอไปนาน จู่ๆ ก็ต้องข้องแวะกับหมอดู (เพราะมีเหตุให้ต้องไปสัมภาษณ์หมอดู) และฉันก็พบว่าศาสตร์ในการดูหมอนั้นมีเยอะมาก มีทั้งดวง ลายมือ ไพ่ป๊อก ไพ่ยิปซี ตำรากาลโยค พรหมชาติ ยูเรเนี่ยน และที่กำลังฮิตสุดๆ คือแก้กรรม ฯลฯ โอ๊ย เยอะแยะมากมาย แล้วหมอดูบางคนก็แม่นมาก เช่น ดูแล้วรู้เลยว่าใครเคยทำแท้ง ดูรู้ว่าคนนี้ไม่ใช่ชายแท้ แต่บางหมอก็ไม่ค่อยแม่นเท่าไหร่ แถมฉันยังต้องดูดวงของตัวเอง เพื่อศึกษาวิธีการของหมอแต่ละ คน ซึ่งฉันไม่ชอบเลย กลัวจะโดนทักอะไรไม่ดี
จนกระทั่งคืนหนึ่งนั่งดูรายการทีวีที่มีสัญญา คุณากร เป็นพิธีกร และแขกรับเชิญในวันนั้นคือ คุณบัณฑิต อึ้งรังษี ที่เป็นคนไทยคนเดียวที่ก้าวขึ้นเป็นคอนดักเตอร์ระดับโลก คุณบัณฑิตเป็นคนที่มุ่งมั่นและมีความตั้งใจมาก เป็นคนสู้ ไม่ยอมแพ้ ซึ่งนั่นคือเคล็ดลับที่ทำให้เขาก้าวมาไกลในระดับนี้ และมีช่วงหนึ่งของการสัมภาษณ์ที่เขาคุยเรื่องหมอดูว่า คนไทยแทนที่จะใช้การดูหมอให้เป็นประโยชน์กับตัวเอง กลับตกอยู่ใต้อิทธิพลของหมอดู ถ้าหมอดูว่าไม่ดีก็เลิกทำ แทนที่จะสู้ และเอาชนะให้ได้ ฉันชอบคำพูดดังกล่าวมากเลย และคิดว่าคนที่ชอบดูหมอน่าจะเป็นแบบนั้น แต่ส่วนใหญ่ที่ฉันเจอก็คือจะเชื่อหมอเต็มร้อย ให้เปลี่ยนชื่อยังพอว่า (แต่ฉันไม่เปลี่ยนแน่นอน) บางคนลงทุนขนาดเปลี่ยนนามสกุลเพื่อให้คนชื่อเดิม นามสกุลเดิมตายไปแล้ว และตัวเองกลายเป็นคนใหม่ ซึ่งฉันว่ามากเกินไป
เมื่อเพื่อนๆ รู้ว่าฉันกำลังหาข้อมูลเรื่องหมอดู ถ้าเปิดดูรายการทีวีแล้วเจอเรื่องหมอดู ก็จะมาเล่าให้ฟัง เมื่อปลายปีก่อนมีคนหนึ่งเล่าเรื่องหมอดูแก้กรรมที่ออกทีวีรายการหนึ่ง เพื่อนบอกว่า เผอิญเห็นเบอร์โทรศัพท์ จึงจดมา จดมาได้เก้าตัว ขาดอีกหนึ่ง (เป็นเบอร์มือถือ) ให้ฉันลองโทร.ไล่เอาเอง
ฉันไล่โทร. เริ่มจากศูนย์ก่อน 'หมายเลขที่ท่านเรียกยังไม่เปิดใช้บริการ' ฉันไล่ต่อไปจนถึงเลขสามก็มีคนรับ ฉันถามไปเลยว่าใช่หมอดูชื่อนี้มั้ยคะ เสียงคุณลุงตอบกลับมาว่า หนูมีปัญหาอะไรหรือจ๊ะ ฉันก็นึกว่าจุดไต้ตำตอแล้ว ปรากฏว่าไม่ใช่ แต่คุณลุงเล่าว่าหลังจากรายการที่ว่าออกอากาศ ทุกคนที่จดเบอร์ไม่ทัน ทำแบบฉันหมด คือโทร.ไล่จากศูนย์ถึงเก้า เขาต้องรับโทรศัพท์วันละไม่รู้กี่สิบสาย จะปิดก็ไม่ได้เพราะต้องติดต่องาน คุณลุงเล่าว่าวันแรกตกใจมากว่าเกิดอะไรขึ้น แทบจะโทร.ไปแจ้งความ เพราะมีคนโทร.มาตลอด เพื่อนคุณลุงที่หมายเลขใกล้เคียงกันลงท้ายด้วยเลขห้าก็เจอเหตุการณ์เดียวกัน คุณลุงเลยเทศนาฉันใหญ่ว่าจะดูหมอไปทำไม ถ้าชีวิตมันดีอยู่แล้ว ถ้าไม่ดีก็ไปใส่บาตร ทำบุญ สวดมนต์ แล้วชีวิตจะดีขึ้นเอง ไปดูหมอจะโดนเขาหลอกหรือเปล่าก็ไม่รู้
ฉันอึ้งไปเลย...
ล่าสุดเมื่อต้นปีฉันไปสัมภาษณ์หมอดูตามงานที่ได้รับมอบหมาย ฉันไปดูหมอวันศุกร์ หมอทักว่าจะเป็นโรคหัวใจ พอวันเสาร์ฉันรู้สึกเจ็บหน้าอกทันที รอจนถึงวันจันทร์แล้วรีบดิ่งไปโรงพยาบาลแต่เช้าเพื่อตรวจคลื่นหัวใจ ผลออกมาปกติ ฉันก็ถามพยาบาลซ้ำว่าปกติแน่นะ เธอบอกว่าแน่ ถามว่าใครให้มาตรวจ ประกันหรือ ฉันบอก เปล่า หมอดูทักเลยมาตรวจ เธออึ้งไปเลย คงคิดว่ายายนี่มาแปลก แต่อย่างน้อยฉันก็ยังได้ประโยชน์จากที่หมอดูทัก เพราะไม่อย่างนั้นฉันคงไม่พาตัวเองไปตรวจหรอก
เห็นหรือยังว่าในที่สุดฉันก็สามารถใช้ประโยชน์จากหมอดูได้ และตอนนี้อีกสิ่งที่ฉันอยากจะเอาชนะคำทำนายของหมอดดูให้ได้ และถือเป็นปณิธานของปีนี้เลยก็คือ ไม่ว่าฉันจะไปดูหมอที่ไหน ทุกคนจะพูดเป็นเสียงเดียวกันหมดว่าเก็บเงินไม่อยู่ ซึ่งนั่นแม่นและตรงมาก บางคนบอกว่าเป็นอริกับทรัพย์ หามาได้เท่าไหร่ใช้หมด ฉันก็เลยจะขอเอาชนะ ด้วยการเริ่มเก็บเงินกับเขาสักที
ได้แต่ว่าหวังว่างานนี้ฉันคงมีโอกาสชนะกับเขาบ้างนะ |