เรื่อง : ขาว-ดำ
ภาพ : ชัยวัฒน์ กังสัมฤทธิ์

ธนกฤต พานิชวิทย์
ความสุข XL

บ้านหลังสีขาวโอบล้อมด้วยรั้วไม้ดูโดดเด่นในซอยแคบของย่านพระราม 5 เป็นจุดหมายที่เราเดินทางไปถึงได้ไม่ง่ายนัก หากไม่คุ้นเคยกับพื้นที่ แม้แผนที่บอกเส้นทางจะเขียนบอกชัดเจนก็ตาม

ประตูรั้วไม้เปิดกว้างต้อนรับ สุ้มเสียงและผู้คนภายในบ้านชวนให้นึกถึงงานเลี้ยง จอแจและผู้คนขวักไขว่ เมื่อก้าวพ้นประตูเข้าไปภายใน ก็พบว่า ผู้คนมากหน้าล้วนเป็นทีมงานของบ้านเอเอฟ ทีมงานสื่อ รวมถึงสมาชิกของครอบครัว

หนึ่งในจำนวนสมาชิกครอบครัวนี้ที่เรามาเยือนก็คือ ว่าน AF 2 หรือ ธนกฤต พานิชวิทย์ ศิลปินฮอตและฮิตคนหนึ่งของ True Academy Fantasia ในขณะนี้

ที่ลานประตูบ้านมีสุนัขพันธุ์โกลเดน รีทรีฟเวอร์นอนหมอบอยู่ เขาชื่อ 'มัตสึ' "เขาชอบกินผลไม้ โดยเฉพาะกล้วยน้ำว้า ข้าวโพด แล้วก็ข้าวเหนียว" เป็นข้อมูลสั้นๆ เกี่ยวกับสุนัขตัวโปรดของบ้าน

ผ่านประตูเข้าไปด้านใน ก็พบห้องต่างๆ ที่แบ่งเป็นสัดส่วน แต่สามารถมองถึงกันผ่านบานกระจก อิมเมจได้คิวนัดสัมภาษณ์ว่านในช่วงเช้า หลังจากนั้นเราก็ส่งคิวต่อให้นิตยสารวัยรุ่นอีกฉบับ และรายการทีวีเป็นลำดับสุดท้ายของวันมาฆะบูชา - วันหยุดสำหรับคนทั่วไป ทว่าไม่ใช่สำหรับทุกคนที่กล่าวถึง บริเวณบ้านสีขาวหลังนี้

ตอนนี้ว่านมีผลงานอัลบั้มซึ่งมีเพลงติดชาร์ตอยู่ รู้สึกอย่างไร

รู้สึกเกินคาดครับ (ยิ้ม) คือผมชอบแต่งเพลง ผมก็ทำงานส่วนของผมไป พอทราบว่าได้ทำอัลบั้มเดี่ยว ผมก็มีแต่ความตั้งใจ ที่จะทำให้มันออกมาดีที่สุด เพราะว่ารอเวลานี้มานาน

หลังจากออกจากบ้านเอเอฟ เวลาก็ผ่านมาสามปี กว่าจะได้ออกอัลบั้มเดี่ยว ซึ่งผู้ใหญ่ก็ปล่อยให้ทำเต็มที่เหมือนกัน เพราะผมชอบไปวิพากษ์วิจารณ์ คือเวลามีอัลบั้มออกมาผมก็มักจะ…อันนี้ผมว่ามันน่าจะอย่างนั้นอย่างนี้ อันนี้เป็นร็อกแต่ผมว่าไม่ค่อยร็อกเท่าไหร่ - ไปวิจารณ์เขา เขาก็เลยบอกว่าทำเองแล้วกัน ดีไม่ดียังไงก็จะได้ไม่บ่น (หัวเราะ) ผมก็เลยมาลองทำเองดู

ทำอะไรบ้าง

หลักๆ ก็คือ เป็นโปรดิวเซอร์เอง แล้วดูแลเรื่องเนื้อร้องทั้งหมด ผมแต่งเพลงเองทั้งเก้าเพลง ก็เลยออกมาค่อนข้างตรงใจตัวเอง ส่วนตัวผมชอบผลงานชุดนี้ร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ แต่ก็ไม่ได้คิดว่าสิ่งที่ตัวเองคิดหรือทำขึ้นมาจะมีผลต่อการตอบรับดีขนาดนี้ครับ

วันนี้พอเพลงออกไปแล้วมีคนชอบ ผมก็ว่ามันเกินจากสิ่งที่ผมคิดไว้ จริงๆ ผมแค่อยากนำเสนอสิ่งที่ตัวเองคิดเท่านั้นว่าเป็นยังไง

ออกอัลบั้มแล้วก็ต้องตระเวนทัวร์คอนเสิร์ต

ใช่ครับ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วก็ไปภาคใต้ ต่อไปก็เป็นภาคอีสาน

เดี่ยวเลย

ใช่ครับ ไปโปรโมตอัลบั้มนี้ละครับ (Soloist) ความจริงก็งงๆ อยู่เหมือนกัน เพราะผมไม่เคยไปเล่นคอนเสิร์ตเดี่ยวมาก่อน ปกติเรามักจะไปเป็นกลุ่มก้อนเอเอฟด้วยกัน แล้วจะมีแฟนคลับที่เดินทางไปจากกรุงเทพฯ ยังไงก็คิดว่ารอด ต้องไม่เหงาแน่นอน แต่คราวนี้ไปคนเดียว เรียกว่าไม่มีใครตามไปด้วย ต้องไปวัดกันที่ข้างหน้า ว่าจะมีใครมาดูหรือเปล่า (ยิ้ม)

แล้วเป็นไง

พอไปถึงแล้วคนมากันเยอะครับ (ยิ้ม) มีน้องๆ เด็กนักเรียนหรือแฟนเพลงมารอรับ ที่สนามบินบ้าง หรือที่สถานีวิทยุ ก็เป็นอีกอาการหนึ่งครับ เพราะผมจะชินกับการที่คนดูทีวี ดูรายการ Acadamy Fantasia แล้วมาดูคอนเสิร์ต ซึ่งตอนนี้สถานการณ์มันเปลี่ยนไป เพราะผมเป็นนักร้องแล้ว ก็สนุกไปอีกแบบครับ

ว่านคุ้นเคยกับแฟนคลับหรือเปล่า

คุ้นเคยกันดีครับ เพราะแฟนคลับผมมีไม่ค่อยเยอะ จะเรียกว่าเท่าเดิมเลยก็ได้ครับ เพราะว่ามีเป็นกลุ่มเล็กๆ และไม่ค่อยตามไปไหนมาไหนบ่อย ส่วนใหญ่ผมจะอาศัยไปเนียนกับแฟนคลับของคนอื่นๆ (ยิ้ม)

แสดงออกหรือปฏิบัติต่อแฟนๆ ของตัวเองอย่างไรบ้าง

ปกติเราก็ดูแลกันประมาณหนึ่งครับ คือจะทักทายกัน แต่ไม่ได้ถามไถ่กันถึงรายละเอียดมากนัก ซึ่งผมคนเดียวอาจจะดูแลคนทั้งหมดไม่ไหว ถ้าเกิดเราเคยดูแลเขาดีมากๆ แล้วเผอิญวันหนึ่งเราไม่ได้ทำหรือพูดในสิ่งที่เคยทำเคยพูด ก็อาจเกิดปัญหาได้ ผมก็เลยคิดว่าเรากลางๆ ไว้ดีกว่า เราเจอกันบ่อย เราทักทายกัน เราปรึกษากันได้ สนิทกันแบบพี่น้องกัน

น้องๆ ซึ่งเป็นแฟนคลับบางคน ผมเห็นตั้งแต่เขาอยู่ ม.ต้น จนทุกวันนี้เขาเรียน ม.4 ม.5 หรือบางคนก็เรียนมหาวิทยาลัยแล้ว ถือว่าเราปรึกษากันได้ แต่คงไม่ได้ดูแลกันมากเท่าไหร่

มีแฟนคลับแนวแม่ยกบ้างไหม

ไม่ค่อยมีครับ แฟนเพลงของผมส่วนใหญ่จะเป็นน้องๆ นักเรียนเสียมากกว่า ที่มีอายุหน่อยก็เป็นวัยทำงาน ประมาณหนึ่ง ไม่ได้มาก แม่ยกไม่มี

แปลว่ามีระยะปลอดภัย

ครับ (หัวเราะ)

ได้ยินมาว่าว่านเป็นคนเซนซิทีฟ แต่ไม่ค่อยจะแสดงออก จริงหรือเปล่า

ก็เหมือนกับว่า ผมไม่ค่อยจะแสดงอารมณ์ในแง่ที่อาจทำให้คนรอบข้างรู้สึกแย่น่ะครับ หรือเรื่องที่ผมรู้สึกไม่สบายใจ เสียใจ ผมก็อยากเก็บไว้คนเดียว คือบางเรื่องที่ปัญหามันเกิดจากตัวผมเอง ผมก็อยากจัดการมันด้วยตัวเอง ผมมักจะไม่ค่อยเล่า หรือปรึกษาเรื่องอะไรกับใครเท่าไหร่ หลายๆ คนจึงเห็นผมในมุมที่สนุก คุยร่าเริง

แล้วมีที่ระบายไหม

อาจจะเป็นที่บ้านนี่แหละครับ กับคุณพ่อหรือคุณแม่ หรือใครก็ตาม ผมคุยได้หมดเลย แต่ว่าจริงๆ แล้วผมแทบจะไม่ได้ปรึกษาอะไรเท่าไหร่ โดยเฉพาะทุกวันนี้ผมถือว่า อะไรที่ผมสามารถเคลียร์เองได้ ผมก็จะจัดการทั้งหมดเสียก่อน ผมกลัวว่าเล่าให้ฟังแล้วเขาจะเป็นห่วง อย่างน้อยคนที่สนิทกับผมก็ต้องคิดละ ซึ่งผมไม่อยากเอาปัญหาส่วนตัวไปฝากคนอื่น

ว่านค่อนข้างต่างจากสมาชิกในบ้านเอเอฟคนอื่นๆ หรือเปล่า

อันนี้ผมไม่แน่ใจครับ แต่ผมก็อยู่ของผมเหมือนเดิม ปกติ ไม่แน่ใจว่าเพื่อนๆ ที่บ้านเอเอฟเขาอยู่หรือใช้ชีวิตอะไรกันยังไง แต่ผมว่าคงไม่ต่างกันมากหรอกครับ ทุกคนก็ปกติ แต่สิ่งที่เพิ่มเข้ามาคงเป็นเรื่องงานที่อาจไม่เคยได้ทำ หรือไม่เคยคิดว่าจะได้ทำก็ได้ทำดู แต่ชีวิตทั่วไปผมว่าพวกเราก็ปกติครับ

ตอนนี้ว่านทำงานอะไรบ้าง

ตอนนี้งานหลักๆ ก็เป็นอัลบั้มเพลง นอกเหนือจากนั้นก็เป็นดีเจ ประจำทุกเสาร์-อาทิตย์ที่ EFM เป็นพิธีกรรายการทีวีอีกสองรายการ '7 กะรัต' กับ 'Design Wolrd' แล้วก็ละคร 'รักนี้เคียงตะวัน' (ช่อง 7) ซึ่งเปิดกล้องสิ้นเดือนกุมภาฯนี้

ชอบงานไหนเป็นพิเศษไหม

ผมชอบไปเรื่อยละครับตอนนี้ เพราะยิ่งทำก็ยิ่งสนุก แต่ที่ถนัดที่สุดก็คงหนีไม่พ้นด้านเพลง เพราะผมทำเยอะกว่าอย่างอื่น อีกอย่างผมเรียนมาทางนี้ด้วย ก็เลยคิดว่าผมถนัดเพลงมากที่สุด แต่ทำอย่างอื่นผมก็ทำได้

เรื่องความรักมีไหม

เรื่องความรักตอนนี้ยังไม่ค่อยชัดเจนครับ คือตอนนี้ผมไปเน้นเรื่องงานมากกว่า ผมทำงานเต็มทั้งเจ็ดวัน แล้วยังมีเรียนแทรกเข้ามาด้วย ก็เลยคิดว่าเอาสองอย่างนี้ให้รอดก่อนดีกว่า (ยิ้ม) ผมพยายาจะเคลียร์เรื่องเรียนให้จบภายในสามปีนี้ หลังจากนั้นจะทำงานอะไรก็ทำได้เต็มที่ ส่วนเรื่องความรักก็จะดูให้เป็นเรื่องเป็นราว

แปลว่ามีอยู่แล้ว หรืออย่างไร

ตอนนี้ผมยังไม่มีครับ ผมเน้นการทำงานมากกว่า ส่วนใครจะมาคุยบ้างก็ได้ แต่ถ้าต้องการจะจริงจังเป็นเรื่องเป็นราวผมคงไม่ไหว ไม่ใช่ผมไม่อยากมีนะครับ เพียงแต่ว่าไม่พร้อม ไม่ไหวน่ะครับ

ถ้าจะมี อยากมีแบบไหน

ก็แค่คุยๆ ได้ หรือไปไหนมาไหนด้วยกัน เพลินๆ ได้ (ยิ้ม) แต่คงยังไม่ถึงกับจริงจัง เพราะผมคิดว่ายังไม่ถึงช่วงวัยนั้น

คิดไว้หรือเปล่าว่าเมื่อไหร่

ยังเลยครับ เพราะเรื่องนี้ผมเฉยๆ มากกว่า ผมชอบการอยู่คนเดียวมากกว่า ไม่ได้รู้สึกเหงาหรืออะไร ผมรู้สึกสบายใจดี ถ้าเกิดจะมีอะไรเพิ่มเข้ามา หรือจะมีใครเข้ามา ก็หมายความว่าต้องสบายใจเพิ่มมากขึ้น คือไม่ต้องมาดูแลเป็นภาระ

นิสัยดีๆ ของตัวเองมีอะไรบ้าง

คงเป็นที่กระบวนการคิด การแก้ปัญหาที่เบ็ดเสร็จในจุดเดียว คืออย่างที่บอก ผมพยายามจะจัดการ สะสางทุกอย่างให้เสร็จด้วยตัวผมเองคนเดียว แล้วจะได้ไม่ต้องเอาเรื่องแย่ๆ ทุกอย่างไปฝากคนอื่น ผมว่าน่าจะเป็นจุดนี้นะครับ ที่ดี

นิสัยแย่ๆ ล่ะ

ข้อไม่ดีก็อาจจะเกิดจากเรื่องนี้เหมือนกัน คืออาจจะไม่ได้พูดจากับใครมากนัก ถ้าไม่สนิทกันก็อาจจะดูเฉยเมย เฉื่อยชา (หัวเราะ)

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของชีวิต

คงเป็นเหตุการณ์ล่าสุดตอนรับปริญญานี่ละครับ สำหรับตัวผมอาจจะเฉยๆ เพราะผมดีใจตั้งแต่ผมเรียนจบแล้ว อีกอย่างระยะเวลาที่เรียนจบกับวันรับปริญญาน่ะห่างกันตั้งสี่-ห้าเดือน ความตื่นเต้นที่เรียนจบก็จางไปแล้ว

แต่วันนั้นมันเกิดบรรยากาศที่ดี และผมรู้สึกประทับใจมาก เพราะที่บ้านไปร่วมกันครบทุกคน แล้วก็คุณยาย ซึ่งสำคัญ เพราะท่านไม่ค่อยแข็งแรง ตอนนั้นกำลังป่วย วันนั้นท่านไม่ยอม จะต้องไป ก็มีความสุขครับ ยิ้มแย้มกันทั้งบ้าน โอ.เค. เราอาจจะไม่ดีใจมากในวันนี้ แต่เราสามารถทำให้คนรอบข้างมีความสุขได้

ช่วงเวลาเลวร้ายมีไหม

เรื่องเลวร้ายเหรอครับ ไม่ค่อยมีเท่าไหร่ครับ เพราะอย่างที่บอก เรื่องไหนที่แย่ๆ ผมมักจะไม่เก็บมาเป็นสาระในชีวิต มันก็จะประมาณหนึ่ง ไม่ถึงกับแย่มากสำหรับผม

ทุกวันนี้ว่านมีความสุขกับอะไรบ้าง

กับครอบครัวครับ ซึ่งผมว่ามันเป็นความคิดของทุกคน ที่อยากจะตอบแทน ช่วยเหลือคนที่เคยดูแลเรามา ซึ่งวันนี้ผมมีโอกาสได้ทำเร็วกว่าเพื่อนๆ รุ่นเดียวกัน ผมสามารถช่วยเหลือดูแล ไม่ว่าเรื่องการทำงาน หรือสามารถแบ่งเบาภาระอื่นๆ ได้ ซึ่งผมรู้สึกว่ามันดี

อีกเรื่องก็เป็นการคลายความกังวลใจของผู้ใหญ่ ซึ่งตั้งแต่ผมเลือกเรียนดนตรีในระดับอุดมศึกษา ก็เกิดความไม่สบายใจกับทุกคนที่บ้าน ผมเชื่อว่าเขาคงไม่เห็นทางว่าผมจบมาแล้วจะเป็นอะไร (ยิ้ม) ที่บ้านก็ไม่มีใครทำงานด้านนี้โดยตรง

พอถึงวันนี้ สถานการณ์เป็นแบบนี้ปุ๊บ ทุกคนก็จะสบายใจขึ้น โดยเฉพาะคุณแม่ ทุกวันนี้ท่านสบายใจขึ้นมาก ช่วงที่ผมยังเรียนมหาวิทยาลัยและยังไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ผมก็ไปเล่นดนตรีอะคูสติกตามผับ คุณแม่ยิ่งไม่สบายใจหนักไปอีก เพราะท่านไม่อยากให้ผมเล่นดนตรีกลางคืนทุกวัน กลับบ้านตอนเช้า นอนตอนกลางวัน ตอนนี้ท่านคงคลายกังวลไป

ทำไมถึงไปเล่นดนตรีกลางคืนล่ะ

ผมว่าพอเราได้ไปเรียนตรงนั้น เราคงอยากหาประสบการณ์น่ะครับ เพราะเพื่อนๆ ก็เล่นกันทุกคน ถ้าเรามัวแต่เรียน ไม่ทำอะไรเลย วันหนึ่งถ้าต้องไปเล่น แล้วไม่เคยทำมาก่อน เราคงสู้คนอื่นเขาไม่ได้ ก็เลยไปลองเล่นดู ซึ่งผมว่ามันก็สนุกดีไปอีกแบบนะครับ

ว่านมีความทุกข์บ้างไหม

ไม่ค่อยมีนะครับ (หัวเราะ) สบายๆ มากกว่า ไม่ค่อยทุกข์อะไรเท่าไหร่

เรื่องไม่สบายใจล่ะ

ตอนนี้เป็นเรื่องเวลามากกว่าครับ ซึ่งตารางค่อนข้างแน่น แล้วความไม่สบายใจของผมอาจจะเกิดจากการแบ่งเวลาทำงานกับเวลาเรียนได้ไม่ดีเท่านั้นเอง คืออาจารย์ที่มหาวิทยาลัยก็อยากให้ผมเข้าเรียน บางครั้งเขาก็ถามว่าผมไม่เห็นความสำคัญของการเรียนเหรอ ซึ่งผมก็บอกว่าผมเห็นความสำคัญ แต่บางทีงานมันไม่เสร็จ ผมไปเรียนไม่ได้ ผมก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจสักเท่าไหร่

ว่านรู้สึกอย่างไรกับการเอาชีวิตส่วนตัวเข้าแลกกับความมีชื่อเสียง

(คิด) ผมรู้สึกว่ามันก็ต้องตามนั้น เพราะว่าเราเลือกไปแล้ว แต่มันก็ไม่ได้ลำบากเสียจนรับไม่ได้ หรือรับมือไม่ไหว เพราะผมถือว่ามันเป็นสิ่งที่ผมอยากจะทำ อีกอย่างหนึ่งคือ ผมคงไม่ได้มีชื่อเสียงมากเสียจนไม่มีความเป็นส่วนตัวขนาดนั้น ทุกวันนี้ผมยังอยู่ในระดับที่เพิ่งเริ่มต้น ฉะนั้น ถ้ามันเริ่มขนาดนี้แล้วผมยังไหวกับมันอยู่ ผมก็สามารถอยู่กับมันได้ แต่ถ้าวันไหนมันเกิดไม่ใช่ขึ้นมา ผมก็ยังหยุดทัน คือผมค่อนข้างจะโอ.เค.กับมัน ก็เลยไม่เป็นไรครับ

แลกได้

ครับ (ยิ้ม) ประมาณหนึ่ง

หรืออาจเป็นเพราะว่านยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ก็เลยยังไม่รู้สึกอะไร

อันนี้ผมก็ไม่แน่ใจเท่าไหร่ครับ แต่ว่าคนที่เข้ามาสู่ระบบการเสียความเป็นส่วนตัว คือถ้าแฟนเพลงหรือแฟนคลับเข้ามาในมุมที่ทำให้รู้สึกว่าเรามีคนที่ชื่นชอบ หรือเขาไม่ได้ทำให้เรารู้สึกว้าวุ่นมากนัก ไม่ได้ต้องการอะไรจากเรามากมาย มันก็น่าจะโอ.เค.นะครับ

แต่ไม่ใช่แค่แฟนเพลงหรือแฟนคลับอย่างเดียว มันยังหมายถึงสื่อต่างๆ ที่จะเข้าถึงเรื่องส่วนตัวเราด้วย

อ๋อ ใช่ครับ เรื่องสื่อนี่ผมถือว่าต้องยอมกัน คือมันจะมีทั้งแบบที่เรารู้จักกัน หรือว่าเขาเข้าใจว่ามันคืออะไร กับอีกแบบที่ไม่เข้าใจอะไรเลย ซึ่งผมว่าก็ไม่เป็นไร ผมถือว่าทุกคนต่างทำงานของตัวเอง

ต้องมีการชี้แจงไหม

คงไม่ละครับ อย่างบางเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยๆ แล้วผมไม่ได้พูดอะไร มันก็ค่อยๆ จางไป เรื่องไหนที่ไม่มีประเด็น ไม่มีข้อมูล มันก็คงจะทำอะไรต่อไม่ได้ละครับ

AF ซีชั่นใหม่จะเริ่ม ว่านมีอะไรอยากพูดถึงไหม

รุ่นห้าแล้ว ตอนนี้ก็ครึ่งร้อยเข้าไปแล้ว (หัวเราะ) สำหรับคนที่อยากจะลองมาเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้ ผมคงต้องบอกว่ามันมีทั้งด้านดีและไม่ดี ฉะนั้นลองคิดดู เพราะว่าการที่เราทำตามความฝันน่ะมันไม่ใช่เรื่องแย่อยู่แล้ว ยังไงมันก็เป็นเรื่องถูกต้อง แต่ว่ามันขึ้นอยู่กับอะไรหลายๆ อย่าง

อย่างที่เราเห็นว่า บางคนออกมาก็ทำนู่นทำนี่ บางคนออกมาก็ไม่ได้ทำอะไร ฉะนั้นอย่าพยายามคาดหวังว่าโครงการนี้จะทำให้คุณมีงานมีการ หรือมีชื่อเสียงเงินทอง ต้องถือว่าทำเพื่อความฝันเท่านั้นพอ แล้วออกมาจะเป็นยังไงค่อยว่ากัน เราคงควบคุมปัจจัยภายนอกไม่ได้ แต่โอกาสมันมาแล้วก็ไม่ควรปล่อยให้มันผ่านไปเฉยๆ

ที่บอกว่ามีทั้งด้านดีและไม่ดี มันเป็นอย่างไร

ด้านดีก็คือ อย่างผมนี่ก็คือดี ดีตรงที่ผมมีความฝัน คือผมมาโดยที่ไม่ได้… ตอนสมัครผมก็ไปแบบโง่ๆ ง่ายๆ ไม่ได้คิดว่าได้หรือไม่ได้ ความจริงผมไม่ทราบด้วยซ้ำว่ารายการนี้คืออะไร เพราะผมไม่เคยดู ตอนปีที่หนึ่งผมก็ไม่ได้ดู ผมไปเพราะผมแต่งเพลงเอาไว้ ผมคิดแค่ว่าอยากจะลองของ เอาเพลงที่เราแต่งนี่ละไปลองให้กรรมการฟัง เหมือนปล่อยของน่ะครับ (ยิ้ม)

บังเอิญมันได้ขึ้นมา แล้วทุกอย่างพอผ่านเวลามาถึงวันนี้ ที่มีอัลบั้มเพลง มันก็สนับสนุนความฝันของผมที่อยากเป็นโปรดิวเซอร์ อยากเป็นนักแต่งเพลง ซึ่งทุกอย่างมันมาพร้อมกัน อันนี้ผมถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะว่ามันส่งเสริมความฝันของผมต่อไป

แต่ด้านไม่ดี ก็อาจเป็นตรงที่เราอาจเสียเวลาว่างของเรา หรือเสียกระบวนการจัดตารางเวลาของเรา หรือช่วงเวลาที่เราไม่ต้องทำงานบ้าง (ยิ้ม) จุดนี้อาจจะไม่ดีสำหรับบางคน ก็ต้องลองดู ผมว่ามันคงไม่ได้ดีร้อยเปอร์เซ็นต์

และอย่างที่บอก คนเยอะมากขึ้น เกือบหกสิบคน รวมรุ่นห้าด้วยก็หกสิบคนพอดี (ยิ้ม) ฉะนั้นด้านไม่ดีก็อาจเกิดขึ้นได้ตรงที่เข้ามาแล้วคาดหวังว่าจะได้ทำงานทำการ ได้มีผลงาน มีชื่อเสียง ซึ่งเข้ามาแล้วอาจจะเสียเวลาเปล่าก็ได้ ผมก็บอกไม่ได้เหมือนกัน

บนโต๊ะยาวในที่ร่มบริเวณลานบ้านด้านนอกมีขนมจีนอร่อยๆ ไว้รับรอง ฝีมือคุณยาย (พยอม โชคอำนวยเลิศ) ซึ่งหมั่นเชิญชวน และพร้อมพูดเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับหลานว่านคนโปรดให้ฟัง "ว่านเป็นคนเก็บตัวเงียบตั้งแต่เล็กจนโต ไปเรียนร้องเพลงมา แต่ไม่เคยร้องให้ใครในบ้านฟังเลย หรือไปตั้งวงเล่นดนตรี ที่บ้านก็ไม่เคยรู้"

ในขณะที่คุณพ่อและคุณแม่เลี้ยงดูว่านแบบไม่ตามใจ แต่คุณยายกลับปฏิบัติตรงกันข้าม "เวลาไปซื้อของตามห้าง ยายมักจะให้ว่านเลือกของได้สามอย่าง เขาก็เลือกสามอย่างพอดีทุกครั้ง ไม่เคยงอแง ไม่เรื่องมาก"

เสร็จงานจากคิวอิมเมจ ว่านยังต้องเตรียมตัวเป็น 'แขกรับเชิญ' ของทีมงานอื่นต่อไป คล้ายไม่เหน็ดไม่เหนื่อย

แต่นี่ก็คือโอกาส ที่เขาเลือกแล้ว และพร้อมแลก  
IMAGE MAGAZINE 217/7 SUKHUMVIT 63 BANGKOK THAILAND 10110
TEL. 023812501 FAX. 023922844 www.i-am-image.com ALL RIGHT RESERVED