เรื่อง : บุญรัตน์ ศักดิ์บูรณพงษา
ภาพ : สารัตน์ น้อยคล้าย

หลงเสน่ห์ฝูงปลา ที่อันดามันใต้



ใครๆ มักมองว่า 'ฉลาม' คือผู้ร้ายในโลกใต้บาดาลที่ไม่อยากเฉียดกรายเข้าไปใกล้ แต่คงไม่ใช่ในความคิดของ ปิ่นยศ พิบูลสงคราม ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายการตลาด สายการบินนกแอร์ ผู้ใช้ Code Name ในนามบัตรแนะนำตัวของเขาว่า 'นกป๊อป'
v "ผมรักฉลามตั้งแต่เด็ก ที่บ้านจะมีหนังสือเกี่ยวกับปลาฉลามเยอะมากเกือบ 100 เล่ม ไม่ว่าฉลามจะอยู่ในฐานะพระเอกหรือผู้ร้าย พอเริ่มโตรู้สึกว่าอยากเห็นของจริง เลยหัดเรียนดำน้ำ ตอนนั้นผมเริ่มตระหนักถึงสถานการณ์การสูญพันธุ์ของฉลามแล้ว จากจุดนั้นทำให้ผมอยากเป็นครูสอนดำน้ำ เพื่ออย่างน้อยจะได้บอกทุกคนว่าอย่าทานหูฉลาม เพราะนั่นเป็นสิ่งมีชีวิตที่ทุกคนอยากเห็นเวลาเราดำน้ำ"

ความคลั่งไคล้ส่วนตัวของปิ่นยศ จึงเป็นที่รู้กันดีในหมู่เพื่อนฝูงว่างานอดิเรกทุกช่วงวันหยุดของหนุ่มนักการตลาดคนนี้ ไม่ใช่จิบเบียร์ดูการแข่งขันฟุตบอลทางทีวี แต่เป็นการศึกษาค้นหาจุดดำน้ำเหมาะๆ เพื่อแสวงหาปลาหายากที่อยากเห็น

"เมืองไทยถือว่าโชคดีมากที่มีภูมิประเทศเอื้อต่อการดำน้ำตลอดทั้งปี และมีจุดดำน้ำเยอะมาก หลายจุดติด 1 ใน 10 ของโลก ในแต่ละปีผมจะดำน้ำปีละประมาณ 100 ไดฟ์ แต่ละทริปจะมีการวางแผนล่วงหน้า และมีโจทย์เสมอว่าปีนี้ผมอยากเจออะไร เพราะจุดดำน้ำแต่ละที่มีช่วงไฮซีซั่นของมันเอง เช่นถ้าเราอยากเจอฉลามกระทิงต้องไปเกาะเต่า ช่วงเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม"

หลายปีที่ผ่านมาปิ่นยศเดินทางมาแล้วหลายประเทศทั่วโลก เพื่อสัมผัสกับประสบการณ์ใต้ท้องทะลอันหลากหลาย แต่ทริปที่หยิบยกมาถ่ายทอดให้ฟังครั้งนี้ เป็นช่วงเวลาที่เขาบอกว่าพิเศษกว่าครั้งไหนๆ

"ทริปนี้ผมไปมาหลายปีแล้ว เดินทางไปกับภรรยา ใช้เวลาทั้งหมด 5 วัน แล่นเรือไปอันดามันใต้ เริ่มต้นจากภูเก็ตไปพีพี ลงไปถึงกระบี่และตรัง วันแรกเราลงดำแถวพีพีก่อนก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษ เพราะว่าน้ำเยอะ เจอแต่ฉลามเสือดาว ปลากระเบน และปะการัง

วันที่ 2 ค่อยๆ ล่องเรือลงไปแถวตรัง แถวนี้เราลงดำน้ำในจุดดำน้ำที่ชื่อ หินม่วงหินแดง จะเป็นภูเขาใต้น้ำขนาดใหญ่ 2 ลูก ผมไม่แน่ใจว่าทำไมถึงเรียกว่าชื่อนี้ แต่เท่าที่ฟังเขาเล่าต่อๆ กันมา อาจเป็นเพราะเวลาเราดำน้ำลงไปจะเห็นปะการังสีม่วง สีแดง เลยตั้งชื่อแบบนี้"

หากแต่ประสบการณ์ที่สร้างความตื่นเต้นจนยากจะลืมให้กับนักดำน้ำอย่างเขา นั่นคือการได้พบกับสิ่งที่เขาถวิลหามาตลอด คือ ฉลามวาฬ โดยมีของแถมเป็นกระเบนราหูฝูงใหญ่

"ทริปนี้ผมประทับใจมาก เพราะได้เจอยักษ์ใจดีอย่างฉลามวาฬ ผมศึกษามาว่าจุดดำน้ำจุดนี้มีโอกาสเจอฉลามวาฬ ซึ่งเป็นปลาที่ใหญ่ที่สุดในทะเลแถบนี้ กินแพลงตอนเป็นอาหาร และไม่เป็นอันตราย ซึ่งตัวที่ผมเห็นนี้แทบจะไม่มีฟันเลย และยาวถึง 12 เมตร

"ในเวลาใกล้ๆ กันไม่นานผมก็ได้เจอกับกระเบนราหู ยาวประมาณสัก 4-6 เมตร ขอบอกว่าสวยมาก ตัวใหญ่จริงๆ วันนั้นผมเจอ 5- 6 ตัวพร้อมๆ กัน มันขี้เล่นและเชื่องมาก มันว่ายเข้ามาหาและม้วนตัวตีลังกาให้ผมดูไม่รู้กี่รอบ ตอนนั้นไม่คิดว่าจะเจอ แต่ก็ได้เจอ ผมว่าถือว่าโชคดีมาก เพราะไม่ใช่ฤดูของกระเบนราหู"

หลังจากเหตุการณ์ประทับใจอย่างไม่คาดฝันแล้ว ในทริปนั้นปิ่นยศยังได้พบกับภาพสวยๆ ที่น้อยคนนักจะได้เห็นในวันที่ 3 ของการเดินทาง

"วันที่ 3 ระหว่างทางที่เราเดินทางไปตะรุเตา ก็มีฝูงโลมากระโดดขึ้นมาเล่นคลื่นข้างเรือประมาณกว่า 100 ตัว ผมทราบอยู่แล้วแถวนั้นมีโลมาอาศัยอยู่ แต่ไม่คิดว่าจะเจอ และจะเยอะขนาดนี้ โลมาว่ายไปพร้อมหัวเรือของเรานานกว่าครึ่งชั่วโมง มองไปไกลถึงปลายขอบฟ้าก็ยังเห็นมันกระโดดขึ้นมาเหนือน้ำ" เขาบรรยายภาพความงดงามในความทรงจำที่ยังจำได้ติดตา และอธิบายให้ฟังว่า ปกติสัตว์น้ำเหล่านี้จะกลัวคนมากกว่าที่คนอย่างเราๆ กลัวมันเสียอีก บ่อยครั้งเวลานักดำน้ำเจอปลา หรือสิ่งมีชีวิตในท้องทะเล ไม่ว่าจะขนาดเล็กหรือใหญ่ ส่วนใหญ่คนมักว่ายเข้าไปหา สัตว์เหล่านี้ก็จะตกใจและว่ายหนีไป จึงไม่ใช่ทุกครั้งที่จะได้เห็นพวกมันมาหยอกล้อด้วยมากขนาดนี้

ไม่น่าแปลกใจที่จะเป็นทริปที่เขาประทับใจเต็มเปี่ยม

ความเป็นนักดำน้ำมืออาชีพถึงระดับ Instructor ทำให้ปิ่นยศเป็นคนรอบคอบ สิ่งที่เขามักจะนำติดตัวออกไดฟ์ไปทุกครั้ง ส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยทั้งนั้น

เข็มทิศ-อุปกรณ์นำทาง ซึ่งสำหรับนักเรียนดำน้ำ หรือนักดำน้ำมือสมัครเล่นอาจจะไม่ได้พก แต่เนื่องจากบ่อยครั้งผมทำหน้าที่เป็นลีดเดอร์นำทาง ชีวิตนักเรียนฝากไว้กับผม จึงต้องพกอุปกรณ์แบบนี้ไว้เสมอ

ตีนกบ-เวลาดำน้ำจะไม่รู้ว่าใครเป็นใคร เพราะใส่แว่นตาดำน้ำกันหมด ผมเลยทำสัญลักษณ์ติดสติ๊กเกอร์นกแอร์ไว้ที่ตีนกบของผม คนอื่นจะได้รู้ว่าเป็นใครเวลาอยู่ใต้น้ำ
อ Safety Sausage-เป็นอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยอีกชิ้นหนึ่ง โดยการใส่ออกซิเจนเข้าไปในถุง ก่อนจะขึ้นสู่ผิวน้ำ เพื่อเป็นสัญญาณให้เรือหรือคนที่อยู่บนผิวน้ำทราบว่าจะมีนักดำน้ำขึ้นจากน้ำแล้ว จะได้ไม่แล่นเรือเข้ามาใกล้ๆ

กล้องบันทึกภาพใต้น้ำ-เวลาเจอสัตว์น้ำ หรือปะการังสวยๆ ผมมักจะถ่ายเก็บไว้เป็นหลักฐาน เพราะในกลุ่มดำน้ำของผม ถ้าให้เล่าเฉยๆ ว่าไปเจออะไรมาบ้างไม่มีใครเชื่อ ประมาณว่าถ้าไม่มีรูปยืนยัน ไม่ต้องมาคุย ปกติผมจะสลับกันถ่ายกับภรรยา ซึ่งชอบดำน้ำเหมือนกัน

หมวกและกางเกงตัวโปรด-ช่วงเวลาที่อยู่บนเรือ บางครั้งผมและลูกทีมจะเปียกกันไปทั้งตัว เพราะดำขึ้นดำลงอยู่ตลอดเวลา ผมจะมีชุดสำรองไว้เปลี่ยน ซึ่งจะเลือกหยิบเสื้อผ้าที่ใส่สบายทำจากผ้าเนื้อเหนียว จะได้ทนน้ำทะเลหน่อย อย่างกางเกงตัวนี้ก็อยู่กับผมมานานแล้ว

IMAGE MAGAZINE 217/7 SUKHUMVIT 63 BANGKOK THAILAND 10110
TEL. 023812501 FAX. 023922844 www.i-am-image.com ALL RIGHT RESERVED