เรื่อง : น.พ.โกสินทร์ แจ่มเพ็ชรรัตน์
ภาพประกอบ : ชุติมา บรรยงค์เวช
ปัญหาผิวแพ้ง่าย
ไม่ว่าคุณผู้ชายหรือคุณผู้หญิงก็มีโอกาสเกิดปัญหาผิวแพ้ง่ายด้วยกันทั้งนั้น
ทำให้รู้สึกกลัวที่จะเริ่มใช้เครื่องสำอางหรือเปลี่ยนสิ่งรอบตัวใหม่ๆ
ฉบับนี้มีคำตอบครับ
ผู้ที่มีปัญหาผิวแพ้ง่ายมักมีอาการไวต่อสิ่งรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด ความร้อน ความชื้น ฝุ่นละออง หรือการสัมผัส จนทำให้ผู้ประสบปัญหาเกิดความรำคาญ ลองมาดูสิว่าปัญหาเหล่านี้เกิดได้อย่างไร
สาเหตุของปัญหาผิวแพ้ง่าย : ผู้หญิงหรือผู้ชายก็มีสิทธิ์มีปัญหาผิวแพ้ง่ายได้พอๆ กัน มีสาเหตุจาก
1 ปัจจัยภายในร่างกาย : มักพบได้บ่อยในรายที่มีปัญหาภูมิแพ้ในร่างกาย ซึ่งอาจแสดงอาการออกมาในลักษณะที่แตกต่างกัน เช่น ภูมิแพ้ระบบทางเดินหายใจ ในรายที่แพ้ฝุ่นละอองมักมีน้ำมูกน้ำตาไหล คันจมูกตลอดเวลาเมื่อสัมผัสกับฝุ่นละออง หรือภูมิแพ้บริเวณเยื่อบุตา ชอบคันระคายเคืองบริเวณตา รวมทั้งมีเยื่อบุตาแดงเรื่อเป็นประจำ กลุ่มนี้ก็มีโอกาสเกิดภูมิแพ้ผิวหนังได้มากกว่าปกติ
พบว่าภาวะภูมิแพ้ภายในร่างกายแบบนี้มักถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ครับ นอกจากนี้ยังมีโรคที่เรียกว่า 'เซ็บเดิร์ม' (Seborrheic Dermatitis) ซึ่งพบได้บ่อย ผู้ที่มีโรคนี้มักมีผื่นแดงคันลอก เป็นขุยบริเวณใบหน้าโดยเฉพาะบริเวณทีโซน ข้างจมูก หัวคิ้ว หรือบางรายอาจพบรอยแดงตามไรผม
หนังศีรษะมีรังแค เป็นสะเก็ดร่วมด้วย ซึ่งทางการแพทย์ไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดว่าโรคนี้เกิดจากอะไร แต่เชื่อว่าเกิดจากสมดุลของผิวเปลี่ยนไปทำให้มีเชื้อยีสต์บางชนิดบริเวณผิวเจริญเติบโตได้ดีขึ้น จึงก่อโรคในบริเวณที่มีต่อมไขมันเยอะๆ อย่างทีโซน โรคนี้พบได้บ่อยมากพบจากคนรอบข้าง ลองสังเกตสิครับ ใครที่มีโรคนี้ก็จะพบว่ามีโอกาสเกิดปัญหาผิวแพ้ง่ายได้มากกว่าปกติ
2 ปัจจัยภายนอกจากการสัมผัส : มักพบได้บ่อยในคนที่ผิวแห้ง ทำให้น้ำมันที่เคลือบผิวชั้นบนน้อยกว่าปกติ ดังนั้นเมื่อผิวได้รับการสัมผัสด้วยสารเคมี แรงกระทำ หรือความร้อน ก็จะเกิดปฏิกิริยาได้ง่าย ไม่ว่าจะสัมผัสกับแสงแดด ก็จะเกิดผิวไหม้ แดง ร้อน คันระคายเคือง หรือสัมผัสกับฝุ่นละออง เกสรดอกไม้ ผงปูน ภาวะที่มีอากาศร้อนจัดหรือเย็นจัดก็ได้ทั้งสิ้น หรือแม้แต่เครื่องสำอางก็ตามที อาจทำให้เกิดอาการคันระคายเคืองได้
สารที่มักก่อให้เกิดการแพ้ในเครื่องสำอางเรียงตามลำดับ คือ สารให้ความหอม ไม่ว่าจะเป็นน้ำหอมหรือสารให้ความงามตามธรรมชาติก็ตาม รองลงมาคือสารกันบูดนั่นเองครับ คนที่มีปัญหาผิวแพ้ง่ายจึงควรหลีกเลี่ยงเครื่องสำอางที่มีกลิ่นหอม หรือมีสารกันบูดเป็นส่วนผสมในปริมาณสูง
อ
ลักษณะอาการที่พบได้ : อาการที่พบอาจเกิดขึ้นทันที หรือทิ้งช่วงเป็นวันแล้วค่อยแสดงอาการได้ทั้งสิ้นครับ หากเกิดอาการทันทีมักเรียกว่า 'ICD' (Irritant Contact Dermatitis) โดยอาจพบอาการคัน แสบร้อน บริเวณผิวที่สัมผัสกับสิ่งกระตุ้นจากภายนอก หรือบางคนอาจพบอาการคันพบเป็นตุ่มน้ำใสๆ ทั่วบริเวณที่มีการสัมผัส อาการที่เกิดขึ้นแบบฉับพลันนี้มักพบได้หากสิ่งกระตุ้นจากภายนอกนั้นมีความเข้มข้นสูง หรือเกิดการระคายเคืองได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นสารเคมี หรือความร้อนจากแสงแดดก็ตาม
ขณะที่อาการอีกรูปแบบหนึ่งไม่เกิดขึ้นทันที จะทิ้งช่วงไว้ประมาณ 24-48 ชั่วโมงหลังสัมผัส แล้วจึงแสดงอาการตามมา เรียกอาการแบบนี้ว่า 'ACD' (Allergic Contact Dermatitis) มักไม่ค่อยมีอาการแสบร้อน ระคายเคืองเหมือนที่เห็นในแบบ ICD แต่จะพบอาการคัน ผื่นแดง ตุ่มน้ำใสๆ ผิวแห้ง แดง ลอกเป็นขุยได้ อาการจึงมักรุนแรงน้อยกว่า ICD
หลีกเลี่ยงอย่างไรดี? : หากคุณเป็นคนหนึ่งมีคนมีปัญหาผิวแพ้ง่ายมาก่อน หรือมีปัจจัยทางกรรมพันธุ์ที่ทำให้มีโอกาสเกิดผิวแพ้ง่ายได้ง่ายแล้วละก็ ควรป้องกันดังนี้ครับ
1 หลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้ผิวแห้งได้ง่าย เช่น การอาบน้ำอุ่นเป็นประจำ อบซาวน่าบ่อยๆ หรือแม้แต่โยคะร้อนยอดฮิตก็ทำให้ผิวแห้งลงได้ง่ายทั้งสิ้นครับ ควรอาบน้ำธรรมดา อุ่นบ้างเป็นครั้งคราว หลีกเลี่ยงการใช้สบู่ก้อน ควรใช้เป็นครีมหรือเจลอาบน้ำแทน
นอกจากนี้ควรสังเกตผิวของตนเองว่าแห้งกว่าปกติหรือไม่ เพราะหากผิวแห้งลงจะเกิดการเปลี่ยนแปลงดังนี้ เริ่มจากผิวสูญเสียน้ำ --> ตามด้วยความรู้สึกผิวตึง (Tightness) --> เกิดขุย ลอกเป็นแผ่น (Scaling) --> ผิวแสบแดง อักเสบ (Inflammation) หากเริ่มรู้สึกว่าผิวตึงหรือลอกเป็นขุยแล้ว ควรทามอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิวให้ชุ่มชื้นเพียงพอก่อนเกิดการอักเสบตามมา
2 เลือกการใช้เครื่องสำอางให้ถูกวิธี โดยเลือกใช้ครีมบำรุงที่ระบุว่าสำหรับผิวแพ้ง่าย เช่น For Sensitive Skin หรือ For Delicate Skin ซึ่งแสดงว่าเครื่องสำอางเหล่านี้ต้องปราศจากส่วนผสม หรือไม่ทำให้ระคายเคืองต่อผิวได้ง่าย และไม่ควรมีกลิ่นหอม เพราะกลิ่นหอมนั่นละครับเป็นตัวดีที่จะทำให้ผิวเกิดอาการแพ้ได้ง่ายที่สุด
3 หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางที่เสื่อมสภาพ เครื่องสำอางทั่วไปจะมีอายุประมาณ 3 ปี ลองสังเกตจากวันผลิต (MFD) แล้วบวกเพิ่มอีก 3 ปี หรือบางครั้งอาจมีการระบุวันหมดอายุ (EXP) ไว้ข้างกล่อง หากพบว่าหมดอายุก็ไม่ควรใช้ครับ คนที่มีปัญหาผิวแพ้ง่ายจะไวต่อเครื่องสำอางหมดอายุได้ง่ายทีเดียว เพราะเครื่องสำอางหมดอายุจะเกิดการแยกตัวของสารเคมี มีความไม่คงตัว ทั้งยังมีการเติบโตของเชื้อราได้ง่ายอีกด้วย คนที่มีผิวปกติโดยทั่วไปใช้แล้วอาจจะไม่เป็นอะไร แต่ผิวแพ้ง่ายจะเกิดปฏิกิริยาแพ้ได้ง่ายอย่างรวดเร็ว
4 ทดสอบด้วยตัวเอง ก่อนเริ่มใช้เครื่องสำอางใหม่ๆ ลองทาทิ้งไว้บนท้องแขน หากไม่พบผื่นแดงแสบคันในบริเวณดังกล่าวภายใน 24-48 ชั่วโมง แสดงว่าไม่น่าจะก่อให้เกิดอาการแพ้ แต่หากต้องการความแม่นยำมากขึ้น ให้ทาทิ้งไว้บนท้องแขนวันละ 2 ครั้ง ประมาณ 1สัปดาห์ หากไม่มีอาการใดๆ แสดงว่าสามารถใช้ได้อย่างปลอดภัยใกล้ 100% เลยทีเดียว
5 สุดท้ายคือหากปฏิบัติตัวและหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นมาแทบทุกวิธีแล้วยังไม่ได้ผล เพราะใช้อะไรก็แพ้ไปหมด วิธีทดสอบทางการแพทย์ที่เชื่อถือได้มากที่สุด คือการทดสอบทางภูมิแพ้ผิวหนังโดยแพทย์โดยตรง เรียกว่า Patch Test โดยแพทย์จะนำสารต่างๆ ที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ได้บ่อยๆ ในคนกลุ่มใหญ่มาใส่บนแผ่นทดสอบ ซึ่งมีหลุมเล็กๆ เพื่อใส่สารที่ต้องการทดสอบ แล้วแปะไว้บนหลังของผู้ที่ถูกทดสอบ 48 ชั่วโมง เมื่อครบเวลาแล้วจึงลอกแผ่นทดสอบออก หากบริเวณใดมีผื่นแพ้แดงคัน หรือมีตุ่มน้ำให้เห็น ก็แสดงว่าแพ้สารชนิดนั้นๆ แพทย์ก็จะแจ้งชื่อสารนั้นให้ทราบ และอธิบายว่าพบได้ในเครื่องสำอาง อาหาร หรือสิ่งรอบข้าง จากที่ไหนได้บ้าง เพื่อให้เราสามารถหลีกเลี่ยงปัญหาได้ตรงจุด ซึ่งวิธีนี้จัดว่าเป็นวิธีทดสอบที่แม่นยำที่สุด
นี่ละครับยุทธการขจัดปัญหาผิวแพ้ง่าย ที่จะไม่ทำให้เราเป็นคนขี้แพ้อีกต่อไป
|