เรื่อง : มาหมู่ ภาพ : นิตยสาร IMAGE

ALL ABOUT IMAGE

วัย 20 ปีของคนเรา ถ้าหากเปรียบกับผู้หญิง เธอก็คงเป็นสาวสะพรั่ง อยู่ในช่วงปลายของการศึกษา หรืออาจเพิ่งเริ่มต้นชีวิตทำงาน ตามแบบฉบับ สาวยุคใหม่ นิตยสารอิมเมจ ก้าวย่างมาจนเต็มวัย 20 ผ่านวันเวลาและยุคสมัยมาอย่าง เข้มข้น กว่าจะก้าวขึ้นเป็นนิตยสารอันดับต้นของเมืองไทย

"ความเปลี่ยนแปลงคือนิรันดร์" น่าจะเป็นคำขวัญ-ที่ไม่ได้ตั้งใจ-ของที่นี่ และ"แฟนพันธุ์แท้"เท่านั้นที่รู้ดีว่า มีความเป็นไปหรือการเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นกับ เราบ้าง

ที่ตรงนี้ เรารวบรวมสิ่งละอันพันละน้อย รวมถึงการเปลี่ยนแปลงหลายๆ สิ่ง เกี่ยวกับอิมเมจ ทั้งในวันวานและวันนี้ บันทึกไว้เพื่อให้ผู้อ่านรู้จักเรามากขึ้นกว่าที่เรา คุ้นเคยกันมา-20 ปีแล้ว




THE COMPANY

  • เดิมอิมเมจดำเนินการภายใต้ชื่อ ห้างหุ้นส่วนจำกัด จักร์ธรานุภาพ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นบริษัท อิมเมจ พับลิชชิ่ง จำกัด
  • อิมเมจเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับแกรมมี่ในปี 2539
  • สีประจำชาติของอิมเมจคือสีฟ้า
  • เว็บไซต์ของอิมเมจก่อตั้งประมาณปี 2543 มีชื่อว่า www.i-am-image.com
  • อุบัติเหตุที่มักเกิดขึ้นที่อิมเมจอยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะในหน้าฝน คือไฟฟ้า ขัดข้อง ไม่ไฟตก ก็ไฟดับ รุนแรงที่สุดคือหม้อแปลงระเบิด! บริเวณหน้าสำนักงาน
  • อิมเมจไม่เคยเลี้ยงสุนัข แต่ก็มีสุนัขมาให้เลี้ยงตลอด รุ่นล่าสุดชื่อว่า เรด (จอห์นนี่) ชีวาส วิสกี้ วอดก้า
  • อิมเมจเคยจัดงานฉลองใหญ่เพียง 2 ครั้ง ในรอบ 20 ปี คืองานเปิดตัว นิตยสารครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ. 2531 และงานฉลองครบรอบ 12 ปี ที่หอศิลป์ตาดู ปลายปี 2542
  • สภาพอาคารร้านค้าละแวกสำนักงานอิมเมจเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ในช่วง 3-4 ปีหลัง ตึกแถวที่เป็นร้านชำ แผงหนังสือ ร้านอาหาร ปั๊มน้ำมัน กลายเป็นพื้นที่ เตรียมสร้างคอนโดมิเนียม โรงแรมม่านรูดและร้านอาหารกลายเป็นตึกสำนักงาน ของบริษัทรถยนต์ต่างประเทศชื่อดัง ส่วนเวิ้งหน้าสำนักงานอิมเมจที่ถือเป็นพื้นที่ "ปราบเซียน" ไม่ค่อยมีใครทำธุรกิจรอด ทุกวันนี้กลายเป็นพื้นที่ของร้าน"นั่งเล่น" ที่ทำให้บริเวณนี้คึกคักจอแจ (โดยเฉพาะในยามค่ำคืนของวันหยุดสุดสัปดาห์) และในซอยส่วนบุคคลที่สำนักงานอิมเมจตั้งอยู่ ลึกเข้าไปท้ายซอย มีคอกเทลเลาน์จฺชื่อ She 2 อยู่ด้วยแน่ะ (แวะมาอิมเมจอย่าเผลอหลงเข้าไปเสียล่ะ) ‘ กาแฟเจ้าประจำของอิมเมจ คือกาแฟรถเข็น"ลุงเหน่" ที่เปิดขายในย่านเอก มัยมากว่า 40 ปีแล้ว ชื่อร้านที่เจ้าตัวเรียกคือ"กาแฟคนจน" ต่อมาแผนกกราฟิก ของนิตยสารอิมเมจตั้งชื่อและทำป้ายหน้าร้านให้ว่า "กาแฟคนโบราณ" และเปลี่ยนชื่อ อินเทรนด์มาเป็น"กาแฟพอเพียง"โดยฝีมือของกราฟิกคนเดิม และราคาขายยังยืนพื้น สูงสุด 10 บาท ความจริงอีกข้อคือลุงเหน่ มีชื่อจริงว่า"คะเน" ไม่ใช่"เสน่ห์"อย่างที่คน ทั่วไปเข้าใจ

    THE MAGAZINE


  • ก่อนตัดสินใจใช้ชื่อนิตยสาร IMAGE ในความคิดของบรรณาธิการบริหาร เคยมีชื่อ TAXI และ METRO สำรองไว้
  • นิตยสารอิมเมจฉบับแรก มกราคม 2531ราคาฉบับละ 30 บาท
  • อิมเมจมีการปรับราคามาแล้ว 8 ครั้ง ฉบับมกราคม 2532 ปรับราคาเป็น 35 บาท ‘ แล้วปรับขึ้นเป็น 40 บาทในเดือนพฤศจิกายน ปีเดียวกัน ‘ ฉบับมกราคม 2533 ปรับราคาเป็น 50 บาท ‘ อีกสองปีต่อมา ฉบับมกราคม 2535 ปรับราคาเป็น 60 บาท ‘ ฉบับมกราคม 2537 ปรับเป็น 70 บาท ‘ ฉบับมกราคม 2541 ปรับเป็น 80 บาท ‘ ฉบับมกราคม 2546 ปรับเป็น 90 บาท ‘ ล่าสุด ปรับ ราคาเป็น 99 บาท ในฉบับมกราคม 2550 และจัดทำ ฉบับ Travel Size ขนาดพก พาออกจำหน่ายคู่กัน ในราคา80 บาท
  • นิตยสารอิมเมจฉบับแรกมีขนาด 27.8 x 36.7 เซนติเมตร
  • อิมเมจเคยเปลี่ยนแปลงขนาดของหนังสือมาแล้ว เมื่อปีที่ 2 (2532) ปีที่ 3 (2533) ปีที่ 6 (2536) ปีที่ 7 (2537) ปีที่ 8 (2538) ปีที่ 9 (2539) ปีที่ 10 (2540) ปีที่ 11 (2541) ปีที่ 16 (2545) และปีที่ 20 (2550) รวมทั้งสิ้น 10 ครั้ง
  • อิมเมจทำปกสองด้าน (Reversible) แบ่งเนื้อหาเป็นสองส่วนอย่างชัดเจน ตั้งแต่ฉบับมกราคม 2549 จนถึงปัจจุบัน
  • อิมเมจเคยทำนิตยสารฉบับพิเศษออกมา 8 เล่ม ได้แก่ 12 MEGA MODELS 1 เล่ม (2542) , IMAGE HOMME 1 เล่ม (2542) , IMAGE CELEBRATION 1เล่ม (2543), IMAGE SUMMER 1เล่ม (2544), I IMAGE BEAUTY & HEALTH 5 เล่ม (2544-2546), IMAGE PLUS 5 เล่ม (2546- 2548)
  • และหนังสือเล่มพิเศษอีก 4 เล่มได้แก่ Bird"s Story (พ.ศ. 2533) In Our Heart and Mind : Rewat Buddhinan (พ.ศ. 2540) รวมภาพถ่าย เอกรงค์ 5 ทศวรรษ จากมุมกล้องและห้องมืด โดย จิตต์ จงมั่นคง (พ.ศ. 2541) MAI"S LIFE (พ.ศ. 2542)
  • อิมเมจเคยทำฉบับ Supplement เพื่อมอบเป็นของขวัญคนอ่าน 2 เล่ม เมื่อเดือนมกราคม และเมษายน ปี 2534 โดยวางรูปเล่มขนาด 48.5 x 68.5 เซนติเมตร (เทียบง่ายๆ คือใหญ่กว่าหนังสือพิมพ์ขนาดปกติ)
  • ก่อนจะเป็น "The Way Forward" อิมเมจเคยใช้สโลแกน "Woman, Fashion, Leisure & Living", "Unisex, Fashion, Leisure & Living", "Fashion, Travel, Leisure & Living" และ "Another Step Forward" ในอิมเมจฉบับ Supplement
  • The Way Forward เป็นสโลแกนที่อยู่บนปกอิมเมจมาตั้งแต่ฉบับมิถุนา ยน 2541 นับรวมได้ 9 ปี 7 เดือน พอดิบพอดี
  • อิมเมจที่มีหัวหนังสืออยู่ด้านล่างใต้รูป มีสองฉบับคือ ฉบับกันยายน 2532 (สินจัย หงษ์ไทย) และฉบับมิถุนายน 2540 (สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ วลัยลักษณ์ฯ)
  • อิมเมจที่มีหัวหนังสืออยู่ด้านข้าง มี 5 ฉบับ คือฉบับตุลาคม 2533 กุมภา พันธ์ 2534 มกราคม 2536 มิถุนายน 2545 และธันวาคม 2545
  • อิมเมจชอบความแปลกใหม่ จึงมีอิมเมจสองฉบับที่ใช้ตัวอักษร IMAGE บนหน้าปกขนาดเล็กกว่าปกติ คือฉบับกุมภาพันธ์ 2531 และธันวาคม 2535
  • เสื้อผ้าแฟชั่นเซ็ตปกเล่มแรกของอิมเมจ เป็นฝีมือของ ธีระพันธ์ วรรณรัตน์
  • ลูกค้ารายแรกที่ลงโฆษณากับอิมเมจ คือโลชั่นเช็ดหน้า SEA BREEZE ของ บริษัท Bristol Myer Co, LTD.
  • อิมเมจเคยได้รับรางวัลด้านบทความท่องเที่ยวดีเด่นในปี 2539 จากเรื่อง "360 นาทีที่ความมันไม่เคยปรานีใคร" เขียนโดย ลำเนา ถ่ายภาพโดย อัษฎาวุธ ซา รัมย์ ตีพิมพ์ในคอลัมน์ Image Travel ปีที่ 8 ฉบับเดือนมกราคม 2538
  • อิมเมจฉบับเดือนมีนาคม ปี 2547 ที่มีโย-ยศวดี หัสดีวิจิตร ควงแขน(อดีต) แฟนหนุ่ม จัสติน แรนดัล ฟาร์ ขึ้นปก และปกปิดร่างกายด้วยบัตรเครดิตยี่ห้อหนึ่ง ตกเป็นข่าวฮือฮาจนบรรณาธิการบริหาร คำรณ ปราโมช ณ อยุธยา ต้องออกชี้แจง ในรายการ"ถึงลูกถึงคน" โทษฐานวาบหวิวเกินไปในยุคที่ระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช กำลังมีบทบาทในการเป็น"ตำรวจวัฒนธรรม"ของสังคม
  • นิตยสารอิมเมจฉบับที่เกลี้ยงแผงเร็วที่สุดคือ ปีที่ 11 ฉบับเดือนกรกฎาคม 2541 ภาพหน้าปกคือ เมทินี กิ่งโพยม หรือที่เรียกกันว่า "ลูกเกด มิลเลนเนียม" หมดจากแผงภายในเวลา 3 วัน กระทั่งสายส่งแจ้งให้พิมพ์เพิ่ม
  • นิตยสารอิมเมจเล่มที่มีความหนามากที่สุดคือ ปีที่ 20 ฉบับเดือนมีนาคม 2550 มีจำนวนทั้งสิ้น 514 หน้า (รวมโฆษณาแผ่นพับ)
  • 20 ปีที่ผ่านมา อิมเมจเคยยกกองไปถ่ายแฟชั่นในหลายประเทศ คือเยอรมนี เนเธอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา อังกฤษ เม็กซิโก กรีซ โมนาโค เดนมาร์ก อิตาลี แคนาดา ฮาวาย อินโดนีเซีย กัมพูชา ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ มัลดีฟส์ อินเดีย ศรีลังกา เนปาล ทิเบต จีน ฮ่องกง เกาหลี ญี่ปุ่น ลาว เวียดนาม ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ แอฟริกาใต้ เคนยา
  • ส่วนในประเทศ ได้แก่ ชลบุรี ตราด ระยอง สระบุรี นครราชสีมา นครนายก ภูเก็ต พังงา กระบี่ สุราษฎร์ธานี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เชียงใหม่ เชียงราย

    THE EDITOR IN CHIEF


  • นิตยสารอิมเมจฉบับที่ คำรณ ปราโมช ณ อยุธยา ไม่ได้เขียนทักทายผู้อ่าน ในหน้าบท บ.ก. คือฉบับเดือนมกราคม-มิถุนายน 2540 คนที่รับหน้าที่แทนคือ กรรณิกา เศวตเศรณี
  • บรรณาธิการบริหารลงรูปตัวเองในหน้าทักทายเป็นครั้งแรกในอิมเมจ ฉบับ มกราคม 2541 ต่อเนื่องมาจนปัจจุบันนี้ มีอยู่รูปหนึ่งที่"พี่แอ"คำรณดู"แปลกตา" ออกไป (อยากรู้ว่าเป็นอย่างไร ลองพลิกดูอิมเมจ ฉบับมกราคม 2544 อิอิ)
  • มีบางฉบับที่ลงรูปอื่นๆ แทนรูปตัวเอง คือ ฉบับกันยายน 2542 ธันวาคม 2542 เมษายนและตุลาคม 2544 มีนาคม 2546 และพฤษภาคม 2549
  • บรรณาธิการบริหารเดินทางภายในประเทศเฉลี่ยสองเดือนครั้ง ต่างประเทศสามเดือนครั้ง
  • ครั้งหนึ่งช่วงกลางปี 2544 บรรณาธิการบริหารคยปรารภไว้ในหน้าทัก ทายว่า เป็นช่วงที่เดินทางบ่อยจัด รวมระยะทางเกือบห้าหมื่นไมล์ หรือเท่ากับการ เดินทางรอบโลกสองรอบ
  • ห้าอันดับสถานที่ที่บรรณาธิการบริหารชื่นชอบที่สุด คือ หนึ่ง-เมืองเอีย บนเกาะซานโตรินี ประเทศกรีซ สอง-เรียวกัง เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น สาม-ดำน้ำที่ ปาปัวนิวกินี สี่-์ฤดูใบไม้ร่วงในแคชเมียร์ ประเทศอินเดีย และห้า-สกีหิมะที่คูร์เชอเวล ประเทศฝรั่งเศส
  • บรรณาธิการบริหารมีหมวกกว่า 100 ใบ แต่ใบที่ชอบที่สุดเป็นหมวกแก๊ป Abercrombie สีแดง
  • ผลไม้ที่บรรณาธิการบริหารชอบกินมากและหาได้ไม่ง่ายในยุคนี้คือ "ลูกหว้า"
  • ดอกไม้สุดโปรดของบรรณาธิการบริหาร คือ"ดอกพุด" และ"ดอกโบตั๋น"
  • ครั้งหนึ่งบรรณาธิการ(คนปัจจุบัน) ตรวจต้นฉบับของบรรณาธิการบริหาร พบสำนวนแปลกว่า "วู้ตูกระวี้ตาย" ด้วยความคุ้นเคยกับสำนวนภาษาของ"พี่แอ" จึงถอด รหัสคำนี้ได้ทันทีว่าแท้แล้วคือคำว่า "วี้ดว้ายกระตู้วู้"
  • ยุคหนึ่งเรามี "คมช." หรือคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ ปกครองประเทศ อิมเมจเลยตั้งคณะปกครองกับเขาเหมือนกัน ชื่อว่า "คปอ." มาจาก คำรณ ปราโมช ณ อยุธยา นั่นเอง ( ขอโทษที! มุขนี้บรรณาธิการบริหารคิดเอง)

    THE MODELS
  • นางแบบคนแรกบนแผ่นปกอิมเมจคือ รัชนี ศิระเลิศ ถ่ายทำกันที่เมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี วางจำหน่ายในเดือนมกราคม 2531
  • ยุทธนา แสนเสน่ห์ คือผู้ชายคนแรกที่ขึ้นปกอิมเมจ โดยถ่ายคู่กับ วราลักษณ์ วานิชย์กุล ในฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2531 ซึ่งเป็นอิมเมจฉบับที่สองที่วางแผง
  • ผู้แสดงแบบภาพปกอิมเมจซึ่งมีอายุน้อยที่สุด คือ เด็กหญิงนภสร ลีกุลพิทักษ์ และเด็กชายพงษ์ศักดิ์ คังคะเกตุ อายุ 5 และ 6 ขวบตามลำดับ บนปกอิมเมจ ฉบับปีที่ 3 เดือนกุมภาพันธ์ 2533 ได้รับเลือกเป็นภาพปกเนื่องจากเป็นฉบับแห่งความรัก
  • บุญพิทักษ์ จิตกระจ่าง เป็นนางเอกที่กำลังมาแรงในช่วงที่ขึ้นปกอิมเมจฉบับ ตุลาคม 2538 เธอเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ พร้อมๆ กับที่อิมเมจฉบับนั้นออกวางจำหน่าย
  • นายแบบและนางแบบที่ขึ้นปกอิมเมจบ่อยที่สุด คือลลิตา ศศิประภา จำนวน 13 ครั้ง และวิลลี่ แมคอินทอช จำนวน 6 ครั้ง
  • ปกอิมเมจที่ไม่ใช้รูปนายแบบนางแบบ คืออิมเมจฉบับมิถุนายน 2540 ซึ่งเป็นพระฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ ฉบับมก ราคม 2549 มีปกด้านหนึ่งเป็นภาพวาดของ Ruben Toledo นักวาดภาพลายเส้น คนดังชาวคิวบา ส่วนฉบับมิถุนายน 2549 ซึ่งมี Theme ประจำฉบับว่า "Wedding" จึงใช้รูปเค้กแต่งงานเป็นปกอีกด้านหนึ่งแทน

    THE TEAM
  • ปัจจุบันทีมงานนิตยสารอิมเมจมีทั้งหมด 52 คน
  • ทีมงานอิมเมจที่ร่วมงานมาตั้งแต่ฉบับแรกจนถึงบัดนี้มี 3 คน คือ รัชฎา สมบูรณ์เจริญศรี ผู้อำนวยการฝ่ายโฆษณา ลดารัตน์ ศรีรธรรม ผู้จัดการฝ่ายโฆษณา และ วิมลรัตน์ ศรีดวม เจ้าหน้าที่ฝ่ายโฆษณา
  • ทีมงานอิมเมจที่อยู่มานานกว่า 10 ปีมีอยู่ 15 คน (บางคนเคยลาออกไป แล้ว และกลับเข้ามาทำงานใหม่อีกครั้ง)
  • ทีมงานปัจจุบันที่อายุน้อยที่สุดคือ มนัญญา ไชยนันทน์ อายุ 25 ปีเศษ ตำแหน่งช่างภาพ รองลงมาคือ สารัตน์ น้อยคล้าย เป็นช่างภาพเหมือนกัน และมีอายุมากกว่าแค่ 11 วัน
  • ทีมงานที่อาวุโสที่สุดคือ วนิดา บาลทิพย์ ผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีและการเงิน (แต่ไม่ประสงค์จะเปิดเผยตัวเลข)
  • ทีมงานอิมเมจที่มีครอบครัวและบุตรแล้วถือเป็น"ชนกลุ่มน้อย"ในบริษัท เพราะ"ชนกลุ่มใหญ่"ยังไม่ผ่านการสมรส
  • แผนกที่เป็นโสดมากที่สุดคือ กองบรรณาธิการ รองลงมาคือฝ่ายภาพ (เพราะเพิ่งมีช่างภาพสละโสดไปหนึ่งคนเมื่อต้นเดือนก่อนนี่เอง)
  • จากการรวบรวมสถิติที่ผ่านมาของกองบรรณาธิการ คนที่ครองแชมป์ส่ง ต้นฉบับช้ากว่าใคร...ไม่อยากบอกเลยว่าชื่อ คำรณ ปราโมช ณ อยุธยา (ฮา!)
  • กิจวัตรหนึ่งที่ทีมอิมเมจนิยมทำอยู่แทบทุกเดือน คือ"การบอกบุญ"กันไปมาระหว่างแผนก การบริจาคหนังสือให้หน่วยงานต่างๆ นอกจากนี้ ยังมีกล่องรับบริจาคเพื่อ ซื้ออาหารหมาตั้งไว้เป็นประจำที่โต๊ะรีเซพชั่นนิสต์
  • กองบรรณาธิการที่เคยทำงานและลาออกไปจากอิมเมจ ปัจจุบันมีหลายคน ที่ทำงานเป็นบรรณาธิการประจำนิตยสารฉบับอื่น และบางคนก็กลายเป็นเจ้าของ นิตยสาร
  • ยุคหนึ่งอิมเมจมักมีกรณีแปลกๆ เช่น พนักงานที่ลาออกไปได้รับเงินเดือน เดือนสุดท้ายเป็นเหรียญสลึงล้วนๆ!

    THE CONTRIBUTORS
  • ปัจจุบัน อิมเมจมีคอลัมน์ประจำในเล่มกว่า 70 คอลัมน์
  • ทุกวันนี้ อิมเมจมี Contributors ประจำทุกฉบับ(นักเขียน นักเขียนภาพประกอบ สไตลิสต์) รวมทั้งสิ้น 68 คน และมีเพียงหนึ่งเดียวที่มีสถานะเป็น"พระ" คือ พระไพ ศาล วิสาโล
  • วาณิช จรุงกิจอนันต์ คือคอลัมนิสต์ที่เขียนให้อิมเมจอย่างต่อเนื่องยาวนาน ที่สุด เริ่มตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2540 มาจนปัจจุบัน เดิมชื่อคอลัมน์ "วาณิชสนทนา" ภายหลังเปลี่ยนเป็น "Vanich Talks" นอกจากนี้ยังมีอีกหลายคนที่เป็น"เจ้าประจำ" กันมาหลายปีจนบัดนี้ อาทิ น.พ.โกสินทร์ แจ่มเพ็ชรรัตน์ พลอย จริยะเวช นิติพงษ์ ห่อนาค โตมร ศุขปรีชา พรพิมล ลิ่มเจริญ สาลินี หาญวารีวงศ์ศิลป์ ปริสนา บุญสินสุข ลลนา พานิช วรพจน์ พันธุ์พงศ์
  • ส่วนนักเขียนภาพประกอบ"เจ้าประจำ"ที่สร้างสรรค์ผลงานให้อิมเมจอย่าง ต่อเนื่องก็มีอยู่หลายคน เช่น วิทยา หาญวารีวงศ์ศิลป์ ไทวิจิต พึ่งเกษมสมบูรณ์ ศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี ทวีศักดิ์ ศรีทองดี เด่นชัย ธรรมฐิติพงศ์ พงษ์พันธุ์ จิตราวิทย์ ชุติมา บรรยงค์ เวช
  • คอลัมนิสต์ที่ส่งต้นฉบับตรงเวลาอย่างสม่ำเสมอที่สุดคือ นิติพงษ์ ห่อนาค
  • นักเขียนภาพประกอบที่ส่งงานล่าช้าอย่างเสมอต้นเสมอปลายที่สุดคือ ศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี
  • คอลัมน์ที่ใช้นักเขียนหมุนเวียนสิ้นเปลืองที่สุดคือ คอลัมน์ His Mind / Her Mind(ยุคก่อนเคยใช้ชื่อว่า Attitude Him / Attitude Her อนาคตจะเปลี่ยนชื่อ ใหม่ภายใต้คอนเส็ปต์เดิม) เพราะแต่ละฉบับจะเชิญทั้งนักเขียน(หรือนักอยากเขียน) ทั้งชายและหญิงสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาเขียนแทบไม่ซ้ำคน รวมแล้ว 192 คนจาก เวลา 8 ปีที่ผ่านมา
  • รองลงมาคือคอลัมน์ Image Film, Image Music, Image Must Read มีอยู่สองปีที่เคยทดลองเชิญนักวิจารณ์แต่ละแขนงมาเขียนแบบไม่ซ้ำคน อีกเช่นกัน ปัจจุบันลดการหมุนเวียนสับเปลี่ยนเหลือประมาณ 3-6 คนต่อคอลัมน์ใน หนึ่งปี
  • Image Forum ระหว่างปี 2543-2548 เป็นอีกเวทีที่ใช้นักเขียนเปลือง มาก ด้วยการเชิญนักเขียนรุ่นใหญ่และบุคคลที่น่าสนใจมาเป็นนักเขียนรับเชิญ เขียน เรื่องต่างๆ ให้อ่านกันแบบไม่ซ้ำเป็นจำนวนทั้งสิ้นเกือบ 60 คน
  • คอลัมนิสต์อิมเมจมีตั้งแต่อายุขึ้นต้นด้วยเลข 2, 3, 4, 5 และ 6 เรียกว่าครบครันทุกรุ่นทุกวัย
  • คอลัมนิสต์ผู้อาวุโสที่สุดคือ ปริสนา บุญสินสุข เยาว์วัยที่สุดคือ ณัฐพรรณ แย้มแขไข
  • นักเขียนที่ยังคัดลายมือส่งต้นฉบับมีอยู่สองคน คือ พัชทรี ภักดีบุตร และชัยชน สวันตรัจฉ์ (กอง บ.ก.ก็มีอยู่หนึ่งคน คือ ปนุ สมบัติยานุชิต บิวตี้ ไดเร็กเตอร์) นักเขียนที่พิมพ์ดีดส่งมาเป็นต้นฉบับคือ สิทธิรักษ์ ตุลาพิทักษ์ ส่วนนักเขียนที่ทำต้นฉบับด้วยพิมพ์ดีดไฟฟ้าคือ วาณิช จรุงกิจอนันต์
  • มีหลายคอลัมน์ในอิมเมจที่สำนักพิมพ์ต่างๆ นำไปรวมเล่มตีพิมพ์เป็นพ็อกเก็ตบุ๊ก อาทิ "D-Type" ของ นิติพงษ์ ห่อนาค "21th Century Woman" ของ พลอย จริยะเวช "Modernism"และ "Urban Diary" ของ สาลินี "Bloom In My Heart "ของ แอม เสาวลักษณ์ ลีละบุตร "ฉันชอบความรัก" ของ วดีลดา เพียงศิริ "Vanishing Life & Desirable Taste" ของ ฮิมิโตะ ณ เกียวโต "ไม่มีโทรศัพท์และเครื่องปรับอากาศ" ของ วรพจน์ พันธุ์พงศ์ "My Life As A Dog" ของ ระริน

IMAGE MAGAZINE 217/7 SUKHUMVIT 63 BANGKOK THAILAND 10110
TEL. 023812501 FAX. 023922844 www.i-am-image.com ALL RIGHT RESERVED