เรื่อง : แป้งร่ำ ภาพ : ชัยวัฒน์ กังสัมฤทธิ์



จอมขวัญ หลาวเพ็ชร์

ถ้าให้เดา เหตุผลที่นาทีนี้คนข่าว หรืออะไรที่ว่าด้วย "ข่าว" กำลังขึ้นหม้อสุดๆ อาจเป็นเพราะว่าผู้คนเริ่มสำเหนียกถึงความไร้แก่นสารของชีวิตตัวเอง คนติดละครงอมแงมดูไม่ค่อยเก๋ ค่อนไปทางล้าสมัย ยิ่งถ้าตกเป็นทาสบัตรเครดิต์ด้วยล่ะก็ ชีวิตจะยิ่งเหลวไหลไร้สาระ แต่ถ้าใครคนนั้นเปิดทีวีให้รายการ "เล่าข่าว" ขับกล่อมทุกมื้อเช้า โทษทัณฑ์ที่รู้สึกผิดจะลดลงกึ่งหนึ่ง

อย่างน้อยฉันก็รู้ว่าน้ำมันขึ้นราคาอีกแล้ว อย่างน้อยฉันก็รู้ว่าดาราดีๆ เขาต้องไปบ้านครูน้อย อย่างน้อยฉันก็รู้ว่าต้องให้ความสำคัญกับคอลลาเจน ส่วนหน้าท้องที่มีไขมันนิดหน่อยก็สามารถดูเซ็กซี่ได้ อย่างน้อยฉันรู้ก็แล้วกันว่าฉัน "อัพเดต"

"แน่นอนเรื่องทุกเรื่องสำคัญ เรื่องทุกเรื่องมีผลกระทบ แม้แต่ขวัญเล็บขบ หรือคุณขาพลิก ก็เป็นข่าวได้จริงไหมคะ แต่ถามว่ามันควรรายงานไหม ตอนนี้ในฐานะคนข่าว ขวัญกลัวอยู่หลายอย่าง ข่าวจริงๆ มันต้องมีประโยชน์ แต่การนำเสนอของบางรายการ ข่าวไม่มีคุณสมบัติของข่าว ไม่ควรเป็นข่าว หรือเรียกว่า"ขยะข่าว"ก็ได้"

จอมขวัญ หลาวเพ็ชร์ เป็นศิษย์จากเนชั่น สำนักข่าวที่ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มข้น ดุเดือด ตรงประเด็น เธอเริ่มทำงานที่นั่น หล่อหลอมความเป็นนักข่าวที่นั่น เติบโตที่นั่น จนเมื่อมีโอกาสบินออกมาสร้างชื่อเสียงในฐานะพิธีกรหน้าใหม่ของรายการในฟรีทีวี เธอก็ยังรู้สึกถึงความเป็นคนข่าวของเนชั่นเต็มตัว

"ขวัญเป็นคนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยกับการเล่นข่าวส่วนตัว ใครจะรักกับใคร เลิกกับใคร มันเรื่องส่วนตัวของเขา เราควรให้เกียรติพื้นที่ส่วนตัวของเขา ขวัญว่าจริงๆ แล้ว ผู้ชมตั้งเยอะนะที่เขาไม่ได้อยากรู้ เขาถูกยัดเยียด และกลายเป็นความเคยชิน ขวัญว่าเป็นความเข้าใจที่ผิด และขวัญไม่เห็นด้วยว่าเป็นบุคคลสาธารณะแล้วเรามีสิทธิ์ไปยุ่มย่ามเรื่องของเขาทุกเรื่อง แต่ถ้าเรื่องส่วนตัวมีผลกับสังคม อันนั้นอีกเรื่องหนึ่ง คนรักกันมันเรื่องของเขา แต่รักกันบางแบบเรียกว่าฮั้วกัน อย่างนี้โกงสังคม

"เนื่องจากข่าวเป็นสิ่งที่คนสนใจ เริ่มจะพอๆ กับละคร กับมิวสิกวิดีโอ คนตามตรงนี้ทันจะใช้ข่าวเป็นอาวุธ อยากให้ตัวเองดัง อยากให้สปอตไลท์หันมาหา ก็จะจัดแถลงข่าว แถลงโน่น แถลงนี่ ทำตัวเองเป็นประเด็น บางคนใช้พื้นที่ข่าวโจมตีอีกฝ่าย คนตามทันจะรับมือได้

"อีกอย่างที่กลัวคือ ในการนำเสนอข่าว คนชอบบอกว่า เฮ้ย รายการนี้นั่งคุยกันสบายๆ สบายได้ค่ะ แต่หมายความว่าฟังแล้วสบาย เข้าใจ ย่อยไม่ยาก แต่ไม่ได้หมายความว่าคนทำงานสบาย คำว่าสบายนี่น่ากลัวมากนะคะ ถ้าตีความดีๆ รายการที่ดูสบายๆ คนนำเสนอจะต้องทำงานหนักมาก เพราะต้องย่อยละเอียดมาก และต้องพูดให้เข้าปาก แต่ตอนนี้คนตีความผิด คำว่าสบายๆ กลายเป็นผิวเผิน"



ก่อนที่จอมขวัญจะเป็นที่รู้จักในจอฟรีทีวี เธอเล่าประสบการณ์ที่เนชั่นให้ฟังว่า ตำแหน่งในนามบัตรไม่มีความหมาย หน้าที่เดียวที่ทุกคนทำเหมือนกันคือนักข่าว และนั่นหมายถึงหาข่าว ตามข่าว เขียนข่าว รายงานข่าว จอมขวัญเริ่มต้นจากข่าวเศรษฐกิจการเงิน และเริ่มต้นจากคนที่ไม่รู้อะไรเลย เธอท้อแท้ ร้องไห้ และฝึกฝน

"เขาบอกกันว่าต้องสามเดือน ข่าวจะอยู่มือ ขวัญพบว่าจริงค่ะ อาจเพราะเรื่องการเงินมันวนเป็นวัฎจักร เดี๋ยวไอ้นี่เกิด ไอ้นั่นก็จะเกิด เราจะเริ่มเดาทางได้"

ด้วยความชอบอ่านเรื่องราวต่างประเทศ จอมขวัญจึงพ่วงงานข่าวต่างประเทศด้วยอีกหนึ่งสาขา โดยยังไม่ทิ้งข่าวการเงิน ความกระตือรือร้นโดดเด่นของพนักงานสาวตัวเล็กๆ อยู่ในสายตาของผู้ใหญ่ในองค์กร เธอได้รับโอกาสครั้งสำคัญ ผ่านบทสนทนาทีเล่นทีจริง

"ผู้ใหญ่ถามว่าอยากจัดรายการกับคุณสุทธิชัยไหม ตอนนั้นขวัญแทบไม่เคยคุยอะไรกับคุณสุทธิชัยด้วยซ้ำ เห็นเขาเดินโฉบไปโฉบมา แล้วก็หน้าดุๆ คนกลัว แต่ก็บอกไปว่าถ้าเขากล้าชวน ขวัญก็กล้าทำ"

แล้วเขาก็กล้าชวน นั่นจึงเรียกได้ว่าเป็นครั้งแรกที่จอมขวัญเป็นที่รู้จักกว้างขวางขึ้น ในฐานะหญิงสาวหน้าละอ่อนที่ปรากฎกายคู่กับนักข่าวรุ่นใหญ่อย่างสุทธิชัย หยุ่น และเธอก็ไม่ได้เป็นใบ้อยู่ข้างๆ เขาเสียด้วย

"ขวัญเป็นคนไม่ค่อยตื่นกล้อง ไม่ค่อยตื่นไฟ แต่จะกังวลมากกว่า จะทำได้ไหม ทำได้ดีพอหรือเปล่า เป็นโรคชอบกดดันตัวเองให้เครียด ขวัญชอบคิดว่ามาตรฐานเราต่ำ ชอบคิดว่าตัวเองทำได้ดีกว่านี้ เชื่อไหมว่าทุกครั้งที่อัดรายการ ขวัญไม่เคยเสร็จแล้ว อ้า ... โล่งใจ แต่จะเข้าไปถามคนอื่นว่าเป็นไงบ้าง ถามตั้งแต่โปรดิวเซอร์ไปจนเด็กๆ ในกองเลยค่ะ ถามทุกคน แล้วเขาก็จะบอกเหมือนเดิม ดีแล้วขวัญ อย่าเครียด อย่าเครียด"

และที่เขาว่าคุณสุทธิชัย หยุ่น ดุนักหนา?

"ไม่ดุค่ะ" เธอตอบทันควัน "คุณสุทธิชัยไม่ดุนะคะ แต่จะสอน และให้คำแนะนำมากกว่า ส่วนคำชมนี่ไม่ต้องชมหรอก แค่เขาบอกว่า ผมรู้นะว่าคุณตั้งใจ ผมมองเห็น แค่นี้ขวัญก็ดีใจแล้ว"

ดูจากเส้นทางการบินของจอมขวัญ เราอาจพบว่ามันค่อนข้างคุ้นตา จากนักข่าวที่หาข่าวเอง เล่นประเด็นเอง รายงานเอง หรือพูดได้ว่าเป็น "คนข่าวเต็มตัว" ความคล่อง มันสมอง บวกกับบุคลิกที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว ก็จะไปเตะตาโปรดิวเซอร์รายการโทรทัศน์ชื่อดัง จากนั้นก็ได้รับการทาบทามให้มาร่วมงาน บทบาทพิธีกรรายการที่ Mass ขึ้น ย่อมทำให้เธอเป็นที่รู้จักมากขึ้น

เมื่อเครื่องสำอางบนใบหน้าราคาแพงขึ้น กล่าวกันว่าผู้สัมภาษณ์จะปรับสถานะกลายเป็นผู้ถูกสัมภาษณ์ จากคนข่าวก็เริ่ม "เป็นข่าว" ค่ายหนังให้ความสนใจ ค่ายเพลงเร่ขายขนมจีบ จากนั้นคนข่าวระดับตำนานหลายคน ก็ลงจอดถาวรที่สนามอื่น ไม่ว่าจะเป็นนักร้อง นักแสดง พรีเซ็นเตอร์โฆษณา แม้แต่นักการเมือง

"จริงๆ มันไม่มีปัญหาถ้าคุณจะมีเงินเยอะขึ้น คนรู้จักมากขึ้น มีรายการเยอะขึ้น ถ้าคุณรู้ว่าจริงๆ คุณคือใคร ต้องอยู่กับมันอย่างเข้าใจ เวลามีคนมาทักขวัญ รายการดีนะ ขวัญจะถามเสมอว่ามีอะไรอยากให้รับใช้ไหม อยากให้ทำอะไรเพิ่มเติม หรือปรับปรุงตรงไหนหรือเปล่า มันคืองานน่ะค่ะ เราเป็นคนรับใช้ประชาชนนะ สื่อมวลชนคือสื่อของมวลชน ไม่ควรคิดว่าตัวเองเป็นคนดัง แม้จะมีชื่อเสียง มีเงินทอง แต่ขวัญว่าอย่างไรเราก็คือคนรับใช้ เท้าต้องติดดิน ต้องถ่อมตัว ไม่อย่างนั้นเราจะทำหน้าที่ได้ไม่ดี สิ่งที่เข้ามา เราต้องรู้ว่านี่คือผลพลอยได้ที่มาจากธุรกิจซึ่งอยู่ในขาขึ้น

"บุคลากรข่าวต้องระวัง อย่าให้นิยามของคนข่าวต่างไป ถ้าคิดว่าฉันดัง ฉันพูดอะไรคนก็ฟัง ฉันพูดสนุก ไม่ต้องทำการบ้านก็ได้ อย่างนี้จะน่ากลัว ขวัญไม่อยากให้เด็กรุ่นใหม่ชินกับภาพนี้ แล้วคิดว่าเข้ามาสายงานคนข่าวแล้วต้องทำแค่นี้"

ตอนที่ชาวเนชั่นอย่างสรยุทธ สุทัศนะจินดา ออกมาปรากฎตัวในฟรีทีวีใหม่ๆ คำวิจารณ์ที่ทุกคนได้รับอย่างหนาหูคือ แรง แข็ง โหด จอมขวัญไม่ใช่ข้อยกเว้น ด้วยความที่เธอเป็นผู้หญิง แถมยังเป็นคนยิ้มหวานสดใส ยิ่งทำให้เธอถูกวิจารณ์มากเป็นพิเศษ เมื่อผู้ชมพบสไตล์การทำงานแท้จริง ซึ่งเธอเรียกตัวเองเสมอว่าเป็น "ผู้หญิงสไตล์เนชั่น"

"ผู้หญิงสไตล์เนชั่นก็เหมือนผู้ชายสไตล์เนชั่น ตรงไปตรงมา ไม่ซับซ้อน ไม่กลัวไม่เกรง แต่พอออกมาฟรีทีวี ไม่ค่อยมีคนแบบนี้ คำวิจารณ์ที่โดนเยอะที่สุดคือ แข็ง ตรง กระด้าง โหด ดุ ขวัญก็คิดว่าเป็นคำนิยามที่ถูกต้อง แต่มันไม่ใช่ความตั้งใจของขวัญที่จะขายบุคลิก ขวัญเป็นคนตรงอยู่แล้ว แต่ไม่ใช่คนดุ"

ถ้าใครสังเกตการทำงานของจอมขวัญ จะพบว่าเธอไม่นิยมเรียกใครว่า "ท่าน" โดยให้เหตุผลว่าประเทศเราปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย และล้มเลิกระบอบศักดินามาจะร้อยปีแล้ว

"ขวัญใช้คำว่า "คุณ" กับทุกคน อันนี้เราให้เกียรติท่านแล้วนะคะ (หัวเราะ)

"คำนิยามต่างๆ เป็นสิ่งที่คนมองเรา แต่ไม่ใช่สิ่งที่เราต้องให้ความสนใจ เพราะเนชั่นไม่ได้สอนให้คนแคร์เรื่องบุคลิก คุณแค่เป็นตัวคุณ แต่ทำงานให้เป็น ต้องไม่กลัวใคร ต้องชัดเจน ต้องทำให้เรื่องยากเป็นเรื่องง่ายได้ ขวัญสนใจเรื่องพวกนี้มากกว่า"

ในความชัดเจนเด็ดขาดของงานสัมภาษณ์ ไม่ว่าจะเป็นรายการวิเคราะห์ ข่าวหรือรายการทอล์กโชว์ สิ่งที่เธอต้องพบคือผู้คนจากหลากหลายระดับ เมื่อการสัมภาษณ์คือการสื่อสารสองทาง เธอมีสไตล์ในการถาม พวกเขาก็มีสไตล์ในการตอบเช่นกัน และนี่คือด่านที่จอมขวัญมองว่าท้าทาย และสนุกที่สุด

"ทุกคนมีกำแพง บางคนแหย่ได้ บางคนแข็งมาก เราต้องยืดหยุ่น เวลาสัมภาษณ์เรื่องเครียด หรือมีประเด็นที่เราต้องเอาคำตอบให้ได้ ขวัญตีแสกหน้าก่อน มันเป็นสไตล์เนชั่นว่าให้ตรงก่อน ไม่ได้ค่อยอ้อมเอา แซะเอาด้วยคำถามใหม่แต่ใจความเดิม ไม่ได้อีก อ้อมนิดนึง แซะอีก ต้องไม่เหน็ดเหนื่อยที่จะได้คำตอบนั้น ถ้ามันเป็นคำถามสำคัญนะคะ เหมือนหนุ่มจีบสาว ต้องตื๊อ"

จอมขวัญแสดงท่าทางประกอบเหมือนแม่ค้าแซะขนมเบื้อง

ในเทปหนึ่งเธอเคยนั่งประกบทหารระดับนายพล ผู้กำลังมีท่าทีชวนให้สงสัยว่าจะเล่นการเมืองหรือไม่ และเธอก็ถามเขาตรงๆ ด้วยคำถามนั้น เขายิ้มและตอบว่า "ยังไม่ตอบรับ" จอมขวัญยิ้มและถามกลับ "แปลว่าไม่ปฏิเสธใช่ไหมคะ" เขาเงยหน้าขึ้นมองเธอ

"บางคนบอกว่าทำไมขวัญสัมภาษณ์แบบไม่รู้จักเด็กไม่รู้จักผู้ใหญ่ นี่ก็เป็นแง่ลบที่ได้ฟังมา ขวัญน้อมรับไว้ และจะพยายามปรับ แต่เวลาเราอยู่ในบทบาท เราถามใครก็แล้วแต่เพื่อตรวจสอบเขา มันคือการทำเพื่อประชาชน ขวัญจะกลัว เกรง หรือสร้างกำแพงอะไรไม่ได้

"บางครั้ง ถ้าแขกแสดงชัดเจนแล้วว่าอย่างไรเขาก็ไม่ตอบ ก็จบ เพราะถึงเราจะไม่ได้คำตอบว่า Yes หรือ No แต่คนดูเขาเห็นท่าทีแล้ว เขาอนุมานได้เองว่าคำตอบคืออะไร ขวัญจะไม่บี้จนน่าเกลียด เพราะการตามแค่สองสามครั้ง บางทีได้คำตอบแล้ว อาจไม่ชัดเจนก็ตาม แต่ได้แล้ว"

โลกนี้มีแขกรับเชิญหรือแหล่งข่าวอยู่หลายประเภท บ้างถามคำตอบคำ บ้างไม่ตอบคำถาม บ้างยียวนกวนกลับ บ้างถนัดเบี่ยงประเด็น แม้อายุงานยังไม่ถึงสิบปี แต่จอมขวัญก็รับมือมาแล้วแทบทุกประเภท การสัมภาษณ์ก็เหมือนการสวนหมัด คนที่ทำให้เธอเหนื่อยที่สุดกลับเป็นพวกที่ไม่สวนอะไรกลับมาเลย

"คือถ้าตอบเลี่ยง ตอบหนี เรายังไล่ได้ แต่ไม่ตอบเลยนี่มันจอดสนิท จะหาทางแซะเข้าไปใหม่จะเหนื่อยมาก วิธีแก้ไขคือเราต้องทำการบ้าน มีข้อมูลเรื่องประเด็น และมีข้อมูลเรื่องบุคลิกแขกก่อนว่าเขาประมาณไหน

"พวกลองของ เล่นลิ้น พวกนี้ต้องการมาคุมเกม เราต้องไม่โมโห อย่าเข้าทางเขา ที่เจอบ่อยคือ สมมติถามว่าคุณทำอย่างนี้ๆๆ จริงหรือเปล่า เขาจะสวนกลับ คุณไปเอาข่าวมาจากไหน แหล่งข่าวของคุณเชื่อได้แค่ไหน เราต้องนิ่ง อย่าให้เขายั่วเราสำเร็จ และท้ายสุดจริงๆ อย่าให้เขาใช้เรื่องนี้บิดประเด็น หรือหนีประเด็นรอดไปได้ นักการเมืองอาวุโสจะเก่งเรื่องนี้มาก อย่าคิดไม่ดีนะว่าเฮ้ย ทำไมบิดประเด็น ไม่ซื่อนี่หว่า คือบางทีมันเป็นแค่วิธีการหลบของเขาเท่านั้น โดยไม่ได้ตั้งใจจะต่อต้านเราแต่อย่างใด ทางที่ดีที่สุดคืออยู่กับประเด็น ทำอารมณ์ให้นิ่งไว้ และที่สำคัญ เป็นสิ่งที่ได้จากคุณสุทธิชัย หยุ่น อารมณ์ขันสามารถหยิบมาใช้ได้กับทุกกรณี"

ทุกครั้งที่สัมภาษณ์ กลายเป็นภาพคุ้นตาที่เราจะเห็นพิธีกรสาวผมสั้น ถามไปยิ้มไป และหาเรื่องให้ทุกคนได้หัวเราะอยู่เป็นระยะ เพื่อลดความอึดอัดในการพูดคุยกันยาวๆ

"ให้แขกรู้สึกว่า เออ มันไม่ได้น่ากลัวนี่หว่า เด็กคนนี้ มันไม่ได้จ้องจะจิ้มเราอย่างเดียวนะ ต้องมีลูกเล่น ไม่ใช่เจ้าเล่ห์ใส่เขานะคะ แต่เราต้องลดอารมณ์ทั้งเราทั้งเขา และคนดู การจัดรายการยาวๆ ถ้ามันแรงตลอดเลย มันอึดอัด เพราะฉะนั้นเราต้องวางแผนว่าตลอดเวลาเราจะสร้างบรรยากาศอย่างไรบ้าง จะมีนั่งพักตรงไหนบ้างไหม ไม่ใช่วิ่งร้อยเมตรทีเดียวถึง ถ้าบรรยากาศดี มันจะเริ่มมีความไว้ใจกัน ถ้าเขาไว้ใจ เขาจะค่อยๆ เปิดมากขึ้น

"หลักๆ คือต้องให้เขารู้ว่าจุดมุ่งหมายสูงสุดที่เราทำไม่ใช่เพื่อโจมตีเขา อย่าให้เขารู้สึกอย่างนั้น และความจริงแล้วเราก็ไม่ต้องทำอย่างนั้น ไม่ควรทำอย่างนั้น นั่นไม่ใช่หน้าที่เรา"

หลังจากสวนหมัดหนักอยู่ในรายการวิเคราะห์ข่าว จอมขวัญก็ได้รับเชิญไปสวมนวมใหม่อีกคู่เพื่อชกในไฟลต์ที่หนักน้อยลง เข้มข้นน้อยลง แต่เสียงเชียร์กลับดังขึ้น

"ตอนแรกที่ได้รับเชิญมาทำรายการเจาะใจ คิดเหมือนกัน อยากทำไหม อยากทำ และจะทำได้ไหม ที่สำคัญขวัญว่ามันไม่ไกลจากข่าว มันไม่ใช่รายการวาไรตี้ แต่เป็นทอล์กโชว์ ต่างกันนิดเดียว แต่ไม่ถึงกับอยู่คนละสายทาง ปรึกษาผู้ใหญ่เหมือนกัน เขาก็บอก ผมไม่เห็นว่ามันหลุดไปนะ มันยังใช้ความเป็นคนข่าวของเรา และยังนำเสนอเรื่องที่เป็นประโยชน์

"การเปลี่ยนแปลงเมื่อมาทำเจาะใจ อย่างแรกวิธีคิดต้องเปลี่ยน เราจะคิดแบบข่าวอย่างเดียวไม่ได้ เห็นหน้าคนๆ นี้ รู้เลยจะถามเรื่องนี้ๆๆ อันนี้นักข่าวคิด ถ้าเป็นพิธีกร เราต้องนึกถึงอารมณ์ของเขา จิตใจ ความรู้สึก บรรยากาศ ต้องนึกถึงปัจจัยแวดล้อมทุกอย่าง"

เวลาไม่กี่เดือน จอมขวัญเป็นส่วนหนึ่งของรายการเจาะใจ เธอมีกลุ่มแฟนรายการที่ชื่นชอบสไตล์ของเธอเป็นจำนวนมาก ใครๆ ก็มองเห็นว่าหนทางที่เธอจะกลายเป็นขวัญใจมหาชนนั้นไม่ใช่เรื่องเกินเอื้อม วันหนึ่งเราอาจจะเห็นเธอจับไมค์ หรือฝากผลงานแสดงสักเรื่อง ตามรอยผู้หญิงสายข่าวหลายคนที่เต็มใจคว้าโอกาสและประสบการณ์ใหม่ๆ ในชีวิต

"ไม่ไปค่ะ ถามว่าเสียดายเงินไหม ก็ธรรมดาค่ะ เสียดาย แต่คิดว่าไม่เหมาะ เพราะส่วนหนึ่งคืออายุเยอะแล้ว (หัวเราะ) แล้วไม่ใช่ว่าสวยขาวใส ที่สำคัญ หน้าที่เรามาอีกแบบหนึ่งน่ะ แต่ถ้าวันนี้ให้สัมภาษณ์ไปแล้ว วันหนึ่งเกิดไปขึ้นมา มันก็มีปัจจัยสำคัญจริงๆ ที่เป็นตัวเปลี่ยนแปลง ต้องเขียนอันนี้ด้วยนะ (หัวเราะ)

"การเมืองก็มีชวนแล้วค่ะ ไม่เอาเหมือนกัน ขวัญว่าคนเชิญเขาก็คิดแปลกๆ นะ ถ้าพูดถึงการเมือง ขวัญอายุยังน้อยมาก ประสบการณ์ก็ไม่มี จริงๆ เคยคิดมาก่อนนะ ตอนจบใหม่ๆ ถ้าเราอยากช่วยสังคม เราควรทำงานการเมืองไหม เพราะน่าจะเปลี่ยนแปลงระดับโครงสร้างได้ แต่เอาเข้าจริง ยาก ขวัญว่าถ้าเราจะช่วยเปลี่ยนแปลงสังคม เราทำจากระดับเล็กๆ ก็ได้เหมือนกัน"

ถ้าจะมีอะไรสักอย่างที่ทำให้คนเบื่อหน่ายข่าวสาร นั่นคือข่าวการเมือง วังวนที่ดูราวกับไม่เดินไปไหนนอกจากถอยหลังเข้าคลอง แม้หลายสิ่งจะเปลี่ยนไป แต่การทุจริตยังคงอยู่ และยังอยู่ในทุกระดับชั้น มีคนขยันหาลู่ทางโกงกินอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย นักเลือกตั้งฉายซ้ำหน้าเดิม และพร่ำคำมั่นสัญญาเก่าแก่ที่ชวนให้ประชาชนข้องใจว่านักข่าวเองไม่เบื่อบ้างหรือ

"มันก็ซ้ำซากจริงๆ แต่เราจำเป็นต้องหาสิ่งใหม่ ต้องเลือกประเด็นใหม่ เขาด่ากันไปด่ากันมา ไม่ใช่เรารายงานคำด่าเขา แต่ต้องรายงานว่าสิ่งที่ทำให้เกิดความขัดแย้งครั้งนี้คืออะไร และประโยชน์ที่ประชาชนต้องรู้เกี่ยวกับประเด็นนั้นคืออะไร นี่คือหน้าที่เรา จะเบื่อรายงานไม่ได้ ถ้าเราเบื่อด้วย ใครจะตรวจสอบ เราต้องเลือกวิธีนำเสนอที่ไม่น่าเบื่อด้วย มันไม่จำเป็นต้องพูด หนึ่งสองสามสี่ห้า ขวัญอาจเอาเจ็ดขึ้นมาก่อนก็ได้ การนำเสนอเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจค่ะ โดยเนื้อหาไม่หลุด ถึงแม้เนื้อหาจะถูกต้อง แต่นำเสนอน่าเบื่อ คนไม่ดู ก็หมดประโยชน์"

น้ำเสียงรัวเร็วของเธอกระชั้นขึ้น เมื่อพยายามอธิบายเหตุผลที่เราไม่ควรหมดความเชื่อมั่นใน "ข่าวสาร" หญิงสาวเคาะโต๊ะเบาๆ เอ่ยขอโทษเราที่สมองยังสั่งการได้ไม่ค่อยดี

"มีหลายครั้งนะคะ ที่ข่าวน่าเบื่อพวกนี้สร้างความเปลี่ยนแปลงได้ บางวันข่าวอาจจะแห้ง ใช่ แต่ก็มีวันที่เราได้ข่าว Exclusive มา ซึ่งเปิดเป็นประเด็นใหญ่ในสังคมได้เหมือนกัน เช่น การตรวจสอบมือระเบิด แหล่งข่าวมาหาเราเอง เพราะต้องการเรียกร้องความเป็นธรรม เขามาหากองบ.ก.คมชัดลึก กลายเป็นประเด็นตรวจสอบจนพบว่าเขาไม่ใช่นะ เขาไม่ใช่มือระเบิด

"อย่างนักข่าวที่ขวัญขอไม่เอ่ยเล่ม เขาเป็นคนเปิดประเด็นสุวรรณภูมิเรื่องรันเวย์ร้าว เขาถูกออกจากงานนะคะ แต่สุดท้ายแล้วจริง ก็มันร้าวน่ะ มีการทุจริตจริง สิ่งเหล่านี้ถ้ามีแต่คนเบื่อ รู้ข้อมูลมาก็ไม่เคลื่อนไหว ไม่ทำอะไร มันจะดีขึ้นได้ไหม มันอาจจะยังไม่ได้ดีมาก หรือเปลี่ยนแปลงอะไรได้แบบพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ แต่ขวัญว่าดีกว่าไม่ทำอะไรเลย"

ออกจะเป็นเรื่องแปลก เพราะก่อนที่เธอจะมีโอกาสทำงานใกล้ชิดมือพระกาฬอย่างสุทธิชัย หยุ่น ก่อนที่จะกลายเป็นนักสัมภาษณ์ที่หลายคนอยากร่วมงานด้วย ครั้งหนึ่งจอมขวัญเคยเป็นนักข่าวหน้าใหม่สายการเงิน ที่ทำงานข่าวไม่รู้เรื่องจนต้องกลับไปนอนร้องไห้ที่บ้านทุกวัน และครั้งหนึ่งที่ไกลกว่านั้น เธอเคยเป็นเด็กหญิงรักสนุกที่ชอบเล่นกีฬาทุกประเภทจนทางบ้านเริ่มสงสัย

"ค่ะ พ่อแม่กลุ้มใจ มันจะเรียนไหมเนี่ย วันๆ เอาแต่เล่นปิงปอง (หัวเราะ)"

เด็กหญิงจอมขวัญไม่เคยอยากเป็นนักข่าว เธอเป็นหนึ่งในเยาวชนของประเทศนี้ที่ไม่สนใจข่าวสาร วันทั้งวันของเธอหมดไปกับเพื่อนฝูงและการพูดคุยไม่จบสิ้น ในขณะที่นักประชาสัมพันธ์ ตลอดจนนักพูดหลายคนไม่ยอมเปิดปากพูดอีกเลยเมื่อจบจากการทำงาน การพูดกลับเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตจอมขวัญ ไม่ว่าจะตอนเด็กหรือตอนโต ไม่ว่าจะเป็นชีวิตการงานหรือชีวิตส่วตัว เธอช่างพูดบนเวที เธอช่างพูดนอกเวที เธอช่างพูดเมื่อให้สัมภาษณ์ เธอเป็นคนช่างพูด

"ถ้าอยู่กับตัวเองจะเงียบนะ จริงๆ เป็นคนเงียบ แต่ขวัญเป็นคนเงียบที่คุยเก่ง งงไหม (หัวเราะ) คือถ้าถึงเวลาเงียบ ขวัญจะไม่ออกไปหากิจกรรมที่มีคนเยอะ แต่ถ้ามีคนอยู่ด้วย มีเพื่อน มีพ่อแม่ จะคุยเก่ง ชอบเอ็นเตอร์เทนคน กลัวเขาเบื่อ

"จริงๆ ขวัญมีกิจกรรมไม่เยอะ เป็นกิจกรรมที่ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน ขวัญแค่อยากอยู่กับคนที่ตัวเองรัก นั่งคุยกัน เป็นกิจกรรมกะโหลกกะลา (หัวเราะ) เพราะเวลาว่างเรามีน้อยลงด้วย เพราะฉะนั้นถ้าว่างปุ๊บ ขวัญไม่อยากทำกิจกรรมอะไรคนเดียว แต่อยากแชร์กับคนที่เรารักมากกว่า เวลาอยู่กับที่บ้าน กับเพื่อนๆ สนิท เหมือนได้เสียบปลั๊กชาร์จแบตฯ แล้วไม่ต้องถามถึงแฟนนะคะ ตอนนี้ไม่มีแฟน"

เธอรีบดักคอ แต่เราก็ต้อง "แซะ" เรื่องส่วนตัวให้เธอปวดหัวอีกสักเล็กน้อย หรือคำกล่าวยอดนิยมที่ว่า Lucky in Game But Unlucky in Love จะเป็นความจริง?

"ไม่จริง แต่ไม่ได้หมายความว่าตัวเองมีแฟนนะคะ ขึ้นอยู่กับมองประโยคนี้อย่างไร ถ้ามองเป็นเรื่องโชคชะตา โชคดีเรื่องงานแล้วอาจไม่โชคดีเรื่องรัก ก็อาจเป็นไปได้ มีดีบ้างเสียบ้าง มันคุมไม่ได้ แต่ถ้าขึ้นอยู่กับตัวเอง แล้วเราเอาประโยคนี้มาบอกตัวเองว่า ถ้าฉันลักกี้อินเกม ฉันจะไม่ลักกี้อินเลิฟ คุณน่ะเสียโอกาสไปแล้ว จริงๆ แล้วคนทำงานเยอะ ก็สามารถมีความรักได้ และรักษาความรักให้ดีได้ คนไม่มีงานทำก็สามารถสูญเสียความรักเพราะดูแลมันไม่ดีได้เหมือนกัน มันขึ้นอยู่กับตัวเรา

"เชื่อไหม ขวัญเป็นคนที่พูดได้เต็มปากว่าเอาเรื่องส่วนตัวมาก่อนเรื่องงาน ขวัญไม่ใช่ผู้หญิงบ้างานที่ไม่มีเวลาให้ใครเลย แม้เราไม่มีเวลาเจอเพื่อนบ่อย ไม่มีเวลาอยู่กับที่บ้านมาก แต่ขวัญจะรักษาความรู้สึกด้วยการสื่อสารเสมอ ถ้าเพื่อนมีปัญหา จะเหนื่อยจะดึกแค่ไหน ขวัญโทรคุย การแสดงออกเราอาจไม่อยู่ด้วยกันตลอดเวลา แต่ขวัญจะไม่มีวันทำให้ใครรู้สึกว่าถูกทิ้ง

"เกิดมาเรามีครอบครัวมาก่อน เรียนหนังสือเรามีเพื่อน คนเหล่านี้อยู่กับเรามาก่อน ก่อนที่เราจะมีงานทำ ก่อนจะมีเงินเดือน จะทิ้งได้อย่างไร เรื่องอย่างนี้ไม่จำเป็นต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง มันไม่ใช่บัวตูมบัวบานนะคะ"

แต่นอกจากโชคชะตาที่อาจทำให้บัวไม่บานโดยพร้อมเพรียงกันแล้ว เหตุผลหนึ่งคงเพราะนาทีนี้ จอมขวัญมีเรื่องอื่นต้องสนใจมากกว่าเพศตรงข้าม เธอรักงานจนคนพากันคิดว่าเป็นทอม ในขณะที่เธอย้ำว่าเธอไม่ใช่คนสวย ไม่ใช่เด็กสาว และไม่คิดว่าชีวิตจะเต็มได้ด้วยการมีใครสักคนเอาไว้เป็นแฟน

"สไตล์ผู้ชายที่ชอบ อืม...อายุแบบนี้เลือกได้ด้วยหรือคะ (หัวเราะ) มีรายละเอียดเยอะ เดี๋ยวต้องขยายเป็นคอลัมน์ใหญ่เลยนะ ชอบคนเปิดกว้าง อย่ามีข้อจำกัดเยอะ ชอบคนเข้าใจอะไรง่ายๆ ยอมรับอะไรได้เยอะ ลักษณะแบบนี้หายาก ที่ตัวตนเขาจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ ส่วนมากพูดทั้งนั้นแหละว่ารับได้ เข้าใจ เป็นคนสบายๆ แต่จริงๆ ไม่ใช่

"ขวัญไม่รู้สึกว่าชีวิตคู่คือส่วนเติมเต็มให้เรา เราต้องเต็มมาก่อนแล้ว ไม่ว่าจะช่วงไหนของชีวิตก็แล้วแต่ ชีวิตคู่เป็นส่วนเพิ่มขึ้น แต่ถ้าไม่มี ก็ไม่รู้สึกว่าขาด ขวัญว่าความรักเป็นสิ่งที่เกิดกับตัวเราก่อน เหมือนคนให้กำลังใจเรา จะดีแค่ไหน เราต้องรู้จักให้กำลังใจตัวเองให้เป็นก่อน เราถึงจะรับกำลังใจจากคนอื่นได้"

"ขอโทษจริงๆ นะคะ ขวัญพูดรู้เรื่องหรือเปล่า เรียบเรียงให้ทีนะ"

เธอถามรอบสอง ไม่กี่ชั่วโมงที่แล้วเธอเพิ่งกลับจากยุโรป และอีกไม่กี่ชั่วโมงเธอต้องแต่งหน้า เตรียมตัวสำหรับบทบาทพิธีกรคนเก่ง ใบหน้าและท่าทีของเธอจะปรากฎต่อสายตาผู้คนนับล้าน ใต้ตาคล้ำของเธอจะถูกปกปิดด้วยคอนซีลเลอร์ แก้มจะแดง ปากจะวาวใส แต่ตอนนี้ควรเป็นเวลานอนอันแสนมีค่าของเธอ สูตรการนอนส่วนตัวของจอมขวัญคือสี่บวกสอง กลางคืนสี่ชั่วโมง กลางวันงีบอีกสองชั่วโมง ติดก็แต่ว่าเธอไม่ค่อยจะชอบนอนสักเท่าไหร่

"มันฟังเพี้ยนๆ นะ แต่ขวัญคิดว่าเดี๋ยวตายก็ได้นอนยาวแล้ว ตอนนี้ยังไม่ตาย อะไรที่น่าทำก็ควรรีบทำเสีย"

และหนึ่งในสิ่งที่เธอต้องทำแน่ๆ ก่อนตายคือ...

"มูลนิธิเพื่อการอนุรักษ์ช้าง คือช้างนี่มีอะไรพิเศษสำหรับขวัญนะ เห็นแววตามันแล้วเกิดคำสัญญาในใจ กรุงเทพไม่ใช่ที่ของเขา ปัญหาช้างเป็นปัญาหาการเมืองนะคะ การเมืองธุรกิจ อิทธิพล เยอะแยะค่ะ ไม่ใช่แค่เรื่องสิ่งแวดล้อม เป็นเรื่องต้องใช้กำลังเยอะเลย เป็นสิ่งเดียวที่ขวัญอยากทำมาตลอดตั้งแต่เรียนจบ และยังไงก็คงต้องทำ อาจจะลาออกไปทำ หรือทำควบคู่กับงานข่าวก็ได้ แล้วแต่ความยืดหยุ่นของชีวิต

"จริงๆ นักข่าวไม่ใช่อาชีพที่ตั้งใจ แต่มีโชคชะตากับผู้ใหญ่ช่วยเหลือให้ได้ทำ ขวัญก็จะทำให้ดีที่สุด สิ่งที่ทำให้ขวัญภูมิใจตรงที่อาชีพนี้ทำให้เราได้ช่วยสังคม เป็นนางงามไม่ได้เนอะ เลยมาเป็นนักข่าวแทน (หัวเราะ)

"อาชีพนี้มีคนให้นิยามเยอะ นกน้อยในไร่ส้ม ฐานันดรที่สี่ แต่ขวัญขอยืนยันว่าคนข่าวเหมือนอาชีพทุกอาชีพ เราไม่มีความสำคัญกว่าใครเลย ด้วยประโยคที่น่าเบื่อที่สุดนะ ทุกคนเป็นฟันเฟืองเล็กๆ หมด เราขาดใครคนใดคนหนึ่งไม่ได้ ขวัญขาดคนทำกับข้าวไม่ได้นะ นักข่าวหิวเก่ง ขาดคนขับรถไฟฟ้าก็ไม่ได้ เดี๋ยวไปไม่ทัน สื่อมวลชนเป็นแค่อาชีพที่กำลังบูม แต่ไม่ได้แปลว่าบุคลากรเราจะมีค่ากว่าวงการอื่น มันเท่ากัน เป็นวงจรธุรกิจเหมือนกัน"

เมื่อข่าวใหญ่สักข่าวระเบิดขึ้น และคุณกับเพื่อนๆ พากันเรียกร้องว่าต้องเป็น "จอมขวัญ" เท่านั้น ทำหน้าที่รายงานให้คุณฟัง เมื่อนั้นความฝันสูงสุดของเธอจะเป็นจริง และเธอรู้ดีว่ายังอีกไกล

วันที่สามมีนาคมปีหน้า หญิงสาวจะมีอายุครบสามสิบปี จอมขวัญยังข้องใจอยู่ว่าเธอราศีมีนหรือกุมภ์กันแน่ ถ้าใครช่วยเดา เธอเผยคุณลักษณะของตัวเองกว้างๆ ว่าเป็นคนเซ้นสิทีฟ พร้อมกับสารภาพว่าผู้ชมน่าจะจับได้หลายครั้งแล้ว

"บางเรื่องมันก็...เกินจะอั้นน่ะค่ะ หนักที่สุดคือตอนสึนามิ ขวัญทำข่าวสด ลูกสะอื้นมาจุกอยู่ที่คอตลอดเวลาที่เรารายงาน ไม่ใช่แค่ขวัญ นักข่าวทุกคนเป็นหมด เพราะเบื้องหลังเราเห็นภาพที่มันยังไม่เซ็นเซอร์ เราเห็นทุกอย่าง ตอนนั้นรายงานกับพี่ฮุย (ธีระ ธัญไพบูลย์) ลูกสะอื้นมันจุกขึ้นมา พี่ฮุยก็ดันเป็นผู้ชายเซ้นสิทีฟ ขวัญก็เซ้นสิทีฟ อ่านไปก็จะสะอื้นอยู่ได้ แม่เอ๊ย" (หัวเราะ)

เลขสามเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในชีวิตมนุษย์ เลขสามพาเราเลยพ้นวัยเยาว์อย่างไม่อาจหวนกลับ ในขณะเดียวกันก็ยังพาเราไปไม่ถึงวัย "ใหญ่" หลายชีวิตล้มลุกคลุกคลานในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ แต่ทางเดินสำหรับหญิงสาวผมซอยคนนี้ กลับสว่างสดใสอย่างไม่มีทีท่าจะมืดครึ้ม

เทียนหนึ่งเล่มสำหรับตัวเอง แต่เมื่อจุดต่อๆ กันไปกลายเป็นเทียนหลายเล่ม ส่องสว่างตลอดทางทั้งสาย

"ความสำเร็จในชีวิตแต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน และไม่ได้แปลว่าใครผิดใครถูก บางคนเรื่องงาน บางคนเรื่องครอบครัว บางคนเรื่องความรัก แต่ขวัญขอมีชีวิตธรรมดาไม่ซับซ้อน มีความสุขกับความรักที่เรามี ซึ่งไม่จำเป็นว่าต้องมาจากผู้ชายหรือสามี อย่างที่บอก ขวัญรู้สึกว่าขวัญได้จากชีวิตมาเยอะแล้ว

"ถามว่าชอบอะไรในตัวเองมากที่สุด แหมเหมือนชมตัวเอง ขวัญชอบความเป็นคนธรรมดาค่ะ ไม่ต้องหญิงหรือชายด้วย เป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง การอยู่กับความธรรมดามันทำให้ชีวิตเราสบายขึ้น ง่ายขึ้น เข้าใจชีวิตดีขึ้น ไม่ได้เข้าใจแค่ตัวเอง แต่เข้าใจสังคมและสิ่งที่เกิดขึ้น

"ขวัญว่าการที่เราอยู่รวมกันแบบนี้ ความเข้าใจเป็นสิ่งสำคัญที่สุด"

จอมขวัญ หลาวเพ็ชร์ เกิดปี 2521 ที่กรุงเทพฯ เป็นน้องคนสุดท้องของครอบครัว มีพี่สาวหนึ่งคน พี่ชายหนึ่งคน จบปริญญาตรีคณะมนุษยศาสตร์ สาขาภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร เริ่มต้นทำงานเป็นผู้ช่วยบรรณาธิการที่ซีเอ็ด บุ๊คส์ อยู่หนึ่งปี ก่อนจะย้ายไปเป็นทีมผลิตรายการโทรทัศน์ที่ไอทีวีในปี 2545 ด้วยเหตุผลว่าทำงานหนังสือแล้ว "พลังเหลือ" จากนั้นลองสมัครเป็นผู้สื่อข่าวสายเศรษฐกิจที่เนชั่นแชนเนล หลังจากรู้ว่าได้งาน จอมขวัญอิดออดอยู่สามเดือนเนื่องจากออฟฟิศไกล แต่เมื่อเห็นว่าเนชั่นยังรอ เธอจึงเป็นนักข่าวที่นั่นจนถึงปัจจุบันเป็นเวลาห้าปีแล้ว

พบจอมขวัญได้ในรายการ "ชีพจรโลกวันนี้" ทางโมเดิร์นไนน์ทีวี รายการ "สยามเช้านี้" รายการ "คมชัดลึก" รายการ"เก็บตกจากเนชั่น" และรายการ "เจาะใจ" ทาง ททบ.5

 
IMAGE MAGAZINE 217/7 SUKHUMVIT 63 BANGKOK THAILAND 10110
TEL. 023812501 FAX. 023922844 www.i-am-image.com ALL RIGHT RESERVED